Top

ข้อแตกต่างของการ ซื้อบ้าน “เพื่ออยู่อาศัยเอง” และ “เพื่อการลงทุน”

ข้อแตกต่างของการซื้อบ้าน เพื่ออยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุน

    หากพูดถึงการ ซื้อบ้าน หรือคอนโดถูกแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และ ซื้อเพื่อการลงทุน/เก็งกำไร ซึ่งหากมองเผิน ๆ อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะซื้อแบบใดก็ต้องเลือก “บ้าน/คอนโดที่ดีที่สุด” แต่ทั้งนี้คำว่า “ดีที่สุด” ของทั้ง 2 แบบก็ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่เอง และซื้อเพื่อการลงทุน ก็มีการเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกันดังนี้

“ทำเล” ที่ต่าง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยน

    แม้จะบอกว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น “ทำเล” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด แต่สำหรับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนนั้น มีหลักในการเลือกทำเลที่ต่างอยู่พอสมควร ดังนี้

• ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ต้องพิจารณาถึง “ความต้องการของตัวเอง” เป็นหลัก ว่าต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานหรือใกล้โรงเรียนลูก หรือสถานที่อื่น ๆ ตามแต่ที่ใจเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่เราชอบ ร้านกาแฟโปรด นอกจากนี้อย่าลืมสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ บางคนอาจจะชอบแบบสงบ บางคนอาจจะชอบแบบพลุกพล่าน มีสีสัน ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “ความต้องการส่วนตัว” ของเราล้วน ๆ

• ซื้อเพื่อการลงทุน ต้องพิจารณาถึง “ความต้องการของตลาด” เป็นส่วนใหญ่ โดยทำเลที่เลือกต้องเป็นย่านชุมชน มีแหล่งงาน ไม่เงียบจนเกินไป อีกทั้งทำเลที่เลือกไม่จำเป็นต้องเป็นทำเลใกล้ตัวเราเสมอไป แต่ให้เลือกทำเลที่เหมาะแก่การปล่อยเช่ามากที่สุด เช่น ทำเลใดได้ผลตอบแทนจากการเช่าสูง ๆ

“เงินกู้ VS เงินสด” สำคัญไฉน?

    เรื่องเงินที่นำไปซื้อก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหากมองเป็น 2 แง่ของผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่เอง และผู้ที่ซื้อเพื่อการลงทุน การลงเงินก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งทั้ง 2 แบบก็มีข้อแตกต่างกันดังนี้

• ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หากเป็นการซื้อเพื่ออยู่เอง แนะนำว่าให้ใช้ “เงินสด” ให้มากที่สุด เพราะการซื้อเพื่ออยู่เอง คือเราไม่ได้รายได้จากการซื้อครั้งนี้มาหมุนแม้แต่น้อย เท่ากับว่าเราจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นยิ่งลงเงินสดไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยไปมากเท่านั้น

• ซื้อเพื่อการลงทุน หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุน ไม่จำเป็นต้องลงเงินสดเป็นจำนวนมาก เน้นการกู้เงินจากธนาคาร เพราะเราสร้างรายได้จากการซื้อครั้งนี้จากค่าเช่าที่ได้ ก็จะเหมือนกับว่าเรามีคนมาช่วยจ่ายดอกเบี้ย และช่วยผ่อนธนาคารให้ ซึ่งหากใครมีเงินสดเหลือ ก็สามารถนำเงินจำนวนนั้นไปต่อยอดการลงทุนแบบอื่นได้ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนไปด้วย “ศักยภาพในอนาคต” ที่ต้องสังเกตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน เราล้วนแต่ต้องการทำเลดี มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งจำเป็นจะต้องสังเกตสิ่งเหล่านี้

• ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง เน้นศักยภาพทำเลที่เป็นโครงข่ายการคมนาคมเป็นหลัก เช่น จะมีรถไฟฟ้าสายนี้ตัดผ่าน หรือเป็นทางด่วนเชื่อมต่อเข้าในเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับเรา ทั้งนี้การซื้อเพื่ออยู่เองสิ่งที่ควรต้องระวังมากที่สุดคือ ที่ตรงนั้นมีแนวโน้มที่จะเวนคืนหรือไม่ ซึ่งจะเกิดปัญหายุ่งยากที่ต้องย้ายที่อยู่ในภายหลัง

• ซื้อเพื่อการลงทุน เน้นศักยภาพทำเลในภาพรวม กล่าวคือ มีโครงการหรือโปรเจคใหญ่ที่คาดว่าจะมาเปิดในทำเลนี้ หรือรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่มีแนวโน้มว่าจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีผลกับมูลค่าเวลาเราขายทิ้งเพื่อเอากำไรนั่นเอง ว่าจะบวกกำไรได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ “ทำเลที่มีศักยภาพ” เป็นสำคัญ

ที่มา : TerraBKK คลังความรู้

ข่าวและกิจกรรม

บาท
ปี
%
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท