Top
How to find the best location for your home
    เพราะหัวใจสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จด้านการลงทุนทุกรูปแบบที่นักลงทุนเก่ง ๆ ล้วนเห็นพ้องต้องกันคือ ‘ทำเล’ เช่นเดียวกับการเลือกซื้อบ้าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญของชีวิต ก็ต้องเลือกให้ได้ทำเลทองที่จะให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งในปัจจุบันและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต เรามาดูกันว่า องค์ประกอบของ ‘ทำเลทอง’ สำหรับบ้านของคุณนั้นมีอะไรบ้าง     สภาพทางภูมิศาสตร์ – ลักษณะทางธรรมชาติของพื้นที่มีผลมากต่อคุณภาพของทำเล ไม่ว่าจะเป็นลักษณะความลาดชัน มุมมอง วิว ลักษณะดิน ฯลฯ เรื่อยไปจนถึงสภาพภูมิอากาศ ทิศทางแดด ทิศทางลมและฝนในฤดูกาลและช่วงเวลาต่าง ๆ เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะมีผลต่อรูปแบบของสิ่งก่อสร้าง และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยโดยตรง     ความพร้อมของสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ – ถือเป็นตัวชี้วัดความเจริญของพื้นที่นั้นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ธนาคาร โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงเรียน ตลาด สวนสาธารณะ และระบบขนส่งมวลชน       แหล่งทำกิจกรรมที่น่าสนใจในย่านนั้น – วิธีหนึ่งในการที่จะพิจารณาว่าย่านใดเป็นย่านที่ดีเหมาะแก่การพักอาศัยหรือใช้ชีวิตคือดูว่า ในพื้นที่แถบนั้นมีแหล่งทำกิจกรรมอะไรที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต และน่าสนใจสำหรับคุณบ้าง เช่น สปอร์ตคลับ สนามกีฬา สนามกอล์ฟ ฯลฯ     ลักษณะชุมชน เพื่อนบ้าน – เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าย่านนั้นดีหรือไม่ดี ทำเลนั้นเหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณมากแค่ไหน ลองถามตัวเองว่า คุณอยากอยู่ใกล้กับคนแบบไหน อยากมีเพื่อนบ้าน หรือละแวกบ้านโดยรวมที่มีลักษณะอย่างไร ถ้าคุณยังไม่มีคำตอบชัดเจน ก็ควรเลือกชุมชนที่บรรยากาศดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อนบ้านที่ดูดีมีระดับเอาไว้ก่อน เพื่อความสบายใจและความปลอดภัย     ความสะดวกในการเดินทาง – ไม่ว่าบ้านจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกก็ถือว่าสอบตก ทำเลที่ดีควรเป็นทำเลที่สะดวกต่อการเข้าออก รถไม่ติด เชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญต่าง ๆได้คล่องตัว และมีระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึง เช่น ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า     สภาพเศรษฐกิจของพื้นที่หรือโซนนั้น ๆ – คุณภาพและราคาของพื้นที่ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของทำเลเป็นสำคัญ ควรพิจารณาทำเลที่มีโอกาสทางธุรกิจสูง มีคนสนใจมาลงทุนในย่านนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเลที่ดูรกร้างหรือย่านที่เศรษฐกิจซบเซา     กฎหมายของทางราชการหรือกฎระเบียบของชุมชนที่เป็นข้อจำกัดในการปลูกสร้าง – พื้นที่บางแห่งมีลักษณะที่ดีน่าสนใจครบถ้วนแทบทุกรายการ แต่อาจติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายในการปลูกสร้าง หรือการควบคุมรูปแบบอาคาร เป็นข้อจำกัดในการพัฒนา ต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเสมอ     ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกและสันทนาการ – ย่านที่ดีคือย่านที่สะดวกสบายต่อการใช้ชีวิต มีธุรกิจบริการที่มีระดับคอยตอบสนองทั้งความสุขและความบันเทิงได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร โรงพยาบาล ร้านเสริมสวย ร้านซักรีด สปา โรงแรมชั้นดี แกลลอรี่ ฯลฯ     แนวโน้มการพัฒนาหรือความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จะเป็นไปได้ในอนาคต – เพราะบ้านเป็นการลงทุนระยะยาว จึงต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในอนาคตด้วยว่า ย่านนั้น ๆ จะมีทิศทางความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่ ควรเลือกทำเลที่เป็นขาขึ้น แม้จะราคาสูงหน่อย แต่ก็ดีกว่าเลือกทำเลราคาต่ำกว่าที่มีแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงเป็นขาลง     นอกจากความรู้ในการพิจารณาทำเลดี ๆ ด้วยตัวเองเหล่านี้ การเลือกซื้ออสังหาฯ ของแบรนด์ที่ไว้ใจได้ อย่างเช่น Real Asset ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้คุณได้บ้านในทำเลทอง เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มั่นคงจะมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้ทำเลที่ดีที่สุดสำหรับทุกการลงทุน ซึ่งหมายถึงลูกค้าทุกคนก็จะได้เป็นเจ้าของทำเลที่ดีเยี่ยมสุด ๆ จากการเลือกสรรของมืออาชีพนั่นเอง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์ จัดพิธีตั้งศาลพระพรหม และศาลตายาย 18 ส.ค. 60
เมื่อช่วงสายของวันศุกร์ที่ 18 ส.ค. 60 คอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย โครงการ เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์ ได้ทำพิธีตั้งศาลพระพรหม และศาลตายาย ภายในโครงการ เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสงบสุขสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกท่าน โดยมี คุณณัฎฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และลูกบ้านเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
PHOTO RELEASE ลาวีค สุขุมวิท 57 จัดงาน Thank You Party ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกซื้อโครงการ
    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 ของ บริษัท  เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้จัดงาน “LAVIQ Thank You Party” ขึ้นที่บริเวณ สำนักงานขายโครงการ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ โครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57   โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก คุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอลเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขึ้นกล่าวขอบคุณและมอบโชคให้กับลูกค้าด้วยกระเป๋าสุดหรู “ FENDI CASA” ในบรรยากาศสบาย ๆ กับอาหารอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟจาก MAISON DE LA TRUFFE และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสุดฮอต อะตอม ชนกันต์ ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
Cascade Bangna “ DESIGN ON THE PATH TO SUCCESS ”
    Cascade Bangna จาก Real Asset เป็นโครงการโฮมออฟฟิศและอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น 63 ยูนิต หน้ากว้าง 5.5 เมตร บนทำเลย่านธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และการขนส่งหลัก สู่เส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบาย บนถนนบางนา-ตราด กม.5 จ.สมุทรปราการ ห่างจาก Mega Bangna ไม่ไกลนัก เดินทางมาได้ทั้งจากถนนสุขุมวิท, ถนนศรีนครินทร์, วงแหวนรอบนอก  มีศูนย์การค้าหลายแห่งตลอดถนนบางนา-ตราด และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ออกแบบที่เน้นความหรูหรา ทันสมัย สะท้อนความเหนือระดับ ที่สุดแห่งสังคมของความสำเร็จที่เปล่งประกายในทุกมุมมอง พร้อมตอบโจทย์เพื่อทุกธุรกิจ สะดวกสบายครบครันด้วยที่จอดรถมากกว่า 300 คัน 1.ณัฐชัย ประดิษฐ์วงศ์กุล (ณัฐ) “ โครงการ Cascade Bangna ประตูสู่ภาคตะวันออก”     นักธุรกิจเกี่ยวกับด้านไอที Automation ต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบ CCTV ในโรงงานอุตสาหกรรม Service Indicator หนุ่มคนนี้เลือกขยายธุรกิจในย่านอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในติดต่อประสานงานและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้เขาตัดสินใจเลือกโครงการ Cascade Bangna ทำเลย่านถนนบางนา-ตราดเป็นฐานในการต่อยอดทางธุรกิจ     คุณณัฐ เล่าว่า  “ เดิมทีบริษัทอยู่ในเมืองมักจะมีปัญหาเรื่องการจอดรถและลูกค้าส่วนมากจะอยู่ฝั่งทางด้านตะวันออกคือ บางนา เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นปัจจัยใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประเทศไทย เพราะอุตสาหกรรมทั้งหมดอยู่ที่นี่ มีโครงการที่พัฒนาขึ้นแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ก็คือนิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกที่บางนาคือประตูสู่ EEC (Eastern Economic Corridor)     อีกอย่างหนึ่งคือ บางนาได้เปรียบเพราะใกล้สุวรรณภูมิ เพราะลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งโครงการCascade Bangna เป็นออฟฟิศที่สามารถตอบโจทย์และส่งเสริมธุรกิจของผมได้ โดยแรกเริ่มที่ตัดสินใจซื้อโครงการนี้ ตั้งใจจะทำเป็นโชว์รูมด้วยภาพลักษณ์และความสวยงามของตึก ซึ่งต่อมาผมและภรรยามีเห็นตรงกันน่าจะทำเป็นร้านกาแฟส่วนหนึ่ง จึงเป็นที่มาของ Box 16 Café มาจากบ้านเลขที่นั่นเอง สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำธุรกิจได้ถึงสองอย่าง     นอกจากจะเป็นร้านการแฟที่สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 30 ที่นั่งแล้ว ยังเป็นทั้ง Reception ไว้คอยต้อนรับลูกค้าที่มาติดต่องานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาดื่มกาแฟรสชาติที่อร่อยไปพร้อม ๆ กัน     เมื่อถามถึงความประทับใจของโครงการ Cascade Bangna คุณณัฐตอบอย่างมั่นใจว่า  “ เป็นโครงการที่ให้ที่จอดรถค่อนข้างเยอะ และตอบโจทย์นักธุรกิจที่อยากอยู่ในภูมิลักษณ์ที่ดี หมายถึงพื้นที่ส่วนกลางอยู่ติดกับพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งไม่สามารถจะต่อเติมออกมาได้แล้ว ทำให้โครงการสวยคงทน เพราะออฟฟิศทาวน์โฮม ที่ขายกันอยู่ปัจจุบันและมีที่จอดรถส่วนบุคคลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าบ้าน แต่ละที่จะมีปัญหาเยอะ พออยู่ 3-4 ปีก็จะเริ่มไม่สวย เพราะคิดว่าอีก 5 ปี โครงการก็ยังคงสวยอยู่ ผมจึงตัดสินใจเลือก อย่างรวดเร็ว วันนี้ผมเลือก Cascade Bangna ที่มีพื้นที่ 250 ตร.ม.พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการอื่นไม่มี เรียกได้ว่าเป็นสังคมคุณภาพ     ผมขอเพิ่มเติมให้นิดนึงสำหรับโครงการ Cascade Bangna ผมค่อนข้างแฮปปี้กับสะพานลอย เพราะตอบโจทย์ในการหาพนักงาน ลองคิดดูว่าถ้าไม่มีสะพานเราจะหาพนักงานที่มาทำงานได้ยากมาก ปัจจัยหนึ่งของผู้ประกอบการคือแรงงาน ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกแรงงานได้เยอะ แรงงานต้องเลือกเราด้วย ถือว่าผมมองหลายอย่าง ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเลือกโครงการ Cascade Bangna ครับ” “โครงการ Cascade Bangna เป็นออฟฟิศที่สามารถตอบโจทย์และส่งเสริมธุรกิจของผมได้” 2. กันยกร ศุภการค้าเจริญ (เก๋) “ ดีไซน์โดนใจ ”     สาวสวยนักธุรกิจทางด้านเสริมความงาม มีดีกรีรองชนะเลิศอันดับ 2 ของการประกวดนางงามเวทีระดับโลกชื่อ "มิสเวิลด์เน็กซ์ท็อปโมเดล  2012"  ที่ประเทศเลบานอล อีกทั้งรางวัลการันตีต่าง ๆ มากมายในวงสังคม วันนี้เธอประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่และต้องการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าย่านบางนา     โครงการ Cascade Bangna อีกทางเลือกหนึ่งของสาวนักธุรกิจมาดมั่นอย่างคุณเก๋ ที่ตัดสินใจซื้อไม่รอช้าเลือกเป็นเจ้าของเพื่อพักอาศัยและทำธุรกิจสถาบันเสริมความงาม     สาเหตุที่คุณเก๋ เลือกโครงการ Cascade Bangna เธอเล่าว่า “ ชอบที่นี่มากเนื่องจากโครงการอยู่ติดถนน ถึงจะไม่ได้หันหน้าติดถนนเลย แต่ทางเข้าโครงการที่ติดถนนก็ถือว่าค่อนข้างสะดวก ซึ่งเอื้อต่อคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจของเก๋ที่เป็นสถาบันเสริมความงาม คนจะต้องเดินทางไปมา เวลาบอกทางลูกค้าค่อนข้างสะดวก เพราะลูกค้าสามารถหาโครงการของเราได้ง่าย ไม่ต้องเข้าซอยให้วุ่นวาย และนอกจากเรื่องเส้นทางที่สะดวกแล้ว บริเวณบางนายังเป็นย่านธุรกิจที่หลากหลายมาก ไม่เงียบ มีห้างสรรพสินค้า หมู่บ้านใหญ่ ๆ อยู่มากมาย     ก่อนจะมาลงเอยที่โครงการ Cascade Bangna เก๋เซอร์เวย์มาค่อนข้างหลายโครงการ แต่หลายที่ยังไม่ตอบโจทย์ธุรกิจของเราเท่าไหร่ โครงการอาคารพาณิชย์ทำขึ้นเยอะ แต่ข้อเสียคืออยู่ในซอย ค่อนข้างลำบากในเรื่องการเดินทาง และที่จอดรถ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เก๋ตัดสินใจซื้อที่นี่เลย โดยที่เข้ามาดูโครงการแค่ครั้งเดียว รู้สึกว่าตอบโจทย์ธุรกิจของเราได้ครบถ้วน เพราะที่นี่เก๋ทำเป็นทั้งธุรกิจเสริมความงามและเป็นที่พักอาศัยด้วย ธุรกิจเสริมความงามของเก๋ที่นี่เป็นสาขาที่ 2 ส่วนที่แรกจะอยู่แถว ๆเลียบทางด่วนรามอินทรา สาขานี้จะเสร็จเรียบร้อยพร้อมเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2561 ระหว่างนี้กำลังตกแต่งภายใน     เมื่อถามถึงความชอบส่วนตัวคุณเก๋เล่าเพิ่มเติมว่า “สำคัญที่สุดคือพอเราเข้ามาดูโครงการทำให้รู้เลยว่า โครงการจะไม่แออัด พอมารู้ว่าที่จอดรถเกินอัตราของจำนวนตึก มีถึง 300 คัน ทำให้สามารถรองรับธุรกิจที่จะทำได้ รวมไปถึงตัวตึกสวยงาม ดีไซน์โดนใจ และราคาคุ้มค่าจึงทำให้เก๋ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากเลย” คุณเก๋กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบ่งบอกถึงความรู้สึกเลือกสิ่งที่ถูกใจ “ เข้ามาดูโครงการแค่ครั้งเดียว รู้สึกว่าตอบโจทย์ธุรกิจของเราได้ครบถ้วน ” โครงการ Cascade Bangna ที่นี่...จึงเป็นสังคมคุณภาพที่ตอบสนองความสำเร็จอย่างไม่มีที่สิ้นสุดคือศูนย์กลางธุรกิจแห่งกรุงเทพตะวันออกติดถนนบางนา-ตราดกม.5เส้นทางหลักที่เชื่อมต่อทุกเส้นทางธุรกิจสู่ความสำเร็จรายล้อมด้วยความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตครบถ้วนสมบูรณ์แบบ สามารถตอบโจทย์เป็นได้ทั้งพักอาศัยและการทำธุรกิจของคุณให้ง่ายขึ้น ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
COOL IDEAS FOR EASY & BEAITIFUL FLORAL ARRANGEMENT
    การจัดดอกไม้เป็นหนึ่งในการตกแต่งบ้านที่ให้ทั้งความสบายตา สบายใจ และเพิ่มความหรูหราโรแมนติกให้กับพื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษ การจัดแจกันหรือช่อดอกไม้ที่สวยงามเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ประดับไว้ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน จะช่วยสร้างบรรยากาศที่งดงามและบ่งบอกถึงรสนิยมอันละเอียดอ่อนของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีหัวทางนี้และแอบส่ายหน้า อย่าเพิ่งค่ะ...เรามีไอเดียในการจัดดอกไม้ให้สวยได้ง่าย ๆ มาฝากกัน รับรองว่าคุณเองก็ทำได้สบาย ๆ     DIVERSITY – ความงดงามที่หลากหลายตามธรรมชาติ เพราะไม่มีดอกไม้ชนิดใดในโลกที่ไม่สวย เพียงแต่ว่าเราจะเลือกจัดวางมันไว้ที่ไหนอย่างไร สำหรับนักจัดดอกไม้มือใหม่หรือมือสมัครเล่น ขอให้เริ่มต้นด้วยความสนุกกับการหาดอกไม้ที่มีสีสีนและหน้าตาหลากหลายมากชนิดมาจัดรวมกัน โดยที่คุณไม่ต้องใช้ความคิดอะไรเยอะ โจทย์ของคุณมีเพียงอย่างเดียวคือหาชนิดของดอกไม้ให้ได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดคือสัก 3 ชนิด เชื่อไหมคะว่า เมื่อดอกไม้นานาพันธุ์ถูกนำมาจัดรวมกัน มันจะเกิดความสวยลงตัวอย่างประหลาดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่...ลองดูเลยค่ะ     RIGHT COLOR – เลือกสีที่ใช่ ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการเลือกดอกอะไรมาจัดแจกันหรือจัดช่อประดับสถานที่ สิ่งแรกที่คุณจะต้องพิจารณาคือ คุณต้องการสถานที่ของคุณให้มีภาพรวมออกมาเป็นโทนสีอะไร เช่น ถ้าคุณต้องการแต่งโต๊ะอาหารที่เป็นไม้สีเข้ม คุณน่าจะต้องการดอกไม้สีฟ้า หรือสีชมพูอ่อน อย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อรู้แล้วว่า คุณต้องการดอกไม้สีอะไร ก็ไปหาดอกไม้สีนั้น ๆ มารวมกัน จะเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือต่างสายพันธุ์ก็ได้ เมื่อนำมาจัดรวมกันจะเกิดความสวยงามจากโทนสีที่จับคู่กันได้ลงตัวไปเองตามธีมงานและสถานที่โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก     MONOTONE – คุมโทนให้หรูหราด้วยสีเดียว การจัดดอกไม้ก็เหมือนการแต่งตัว บ่อยครั้งที่การแต่งตัวที่ดูหรูหราได้ง่ายที่สุดและเด่นสะดุดตาที่สุด ไม่ใช่การใส่โน่นนี่เยอะแยะรุงรัง หรือแต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดบาดตาแต่ทว่าเกิดจากการแต่งแบบโมโนโทน คือเล่นสีเดียวทั้งชุด แต่สร้างความหลากหลายด้วยรูปทรง ลวดลาย และผิวสัมผัส ซึ่งแตกต่างในรายละเอียด การจัดดอกไม้ก็เช่นกัน การตกแต่งบรรยากาศทั้งงานด้วยดอกไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงสีเดียว ก็ทำให้สวยหรูดูแพงระยับจับใจ เช่น จัดดอกไม้สีขาวทั้งงาน โดยไล่โทนตั้งแต่ ขาวงาช้าง ขาวอมเขียว ขาวอมม่วง ฯลฯ ผสมผสานกันภายใต้กฎโมโนโทน ก็จะได้ภาพบรรยากาศที่ดูมีราคาอย่างไม่น่าเชื่อด้วยการจัดวางแบบง่าย ๆ     MULTICOLOR – ความงามหลากสี เป็นสไตล์ที่ตรงกันข้ามกับการตกแต่งแบบโมโนโทน เพราะการจัดดอกไม้แบบผสมผสานหลากสีก็นำมาซึ่งความงดงามสดใสได้ไม่แพ้กัน โดยคุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งดอกไม้ประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันก็ได้ที่มีสีสันหลากหลายมาจัดรวมกัน โดยมีข้อแม้ว่าคุณจะต้องมีการจัดลำดับพระเอกพระรองของสีสันทั้งหมดเอาไว้ในใจ เช่น คุณอาจจะอยากให้ภาพรวมของช่อดอกไม้หรือแจกันออกมาเป็นโทนสีชมพูอมส้ม ก็ประโคมดอกที่มีสีชมพูหรือส้มลงไปในสัดส่วนที่มากกว่าสีอื่น แล้วหาสีที่เข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นสีที่กลมกลืนกันหรือสีตรงกันข้ามกันมาแซมเป็นจุดเล็กจุดน้อยให้เกิดสีสันหลากหลาย     SCALE – ขนาดหรือมาตราส่วนที่เหมาะสมกับพื้นที่ ก่อนจัดดอกไม้ออกมาให้ดูเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณต้องประเมินขนาดโดยรวมของพื้นที่ดูก่อนว่า ต้องการใช้ช่อดอกไม้หรือแจกันที่มีขนาดใหญ่แค่ไหนเพื่อให้เกิดจุดเด่น ไม่เล็กเกินไปจนมองไม่เห็น หรือใหญ่เกินไปจนดูคับห้อง ถ้าคุณไม่มีแจกันขนาดใหญ่หรือไม่ต้องการจัดช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ อาจเปลี่ยนมาเป็นการจัดช่อหรือแจกันเล็ก ๆ วางประดับตามจุดต่าง ๆ ให้ทั่วบริเวณก็ได้ โดยมีข้อแม้ว่า ทุกช่อและทุกแจกันต้องเป็นการจัดแบบเดียวกัน หรือใช้สีที่เข้ากัน เพื่อคุมธีมให้ออกมามีระดับ     CONTAINER – เลือกภาชนะสำหรับจัดดอกไม้ให้น่าสนใจ นอกเหนือจากตัวดอกไม้ที่จะสร้างความงามแล้ว ภาชนะที่นำมาจัดเป็นแจกันหรือปักช่อดอกไม้ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างความสวยงาม ซึ่งไม่จำกัดเลยว่า จะต้องเป็นแจกัน หรือโหลใส่ดอกไม้ คุณสามารถหยิบจับอะไรใกล้มือที่ดูเหมาะสมมาจัดดอกไม้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ ตะกร้า หมวก ถัง ฯลฯ ขอแค่ให้ดูดีเข้ากับบรรยากาศสถานที่ ทั้งสีสัน รูปทรง และมีขนาดเหมาะสมกับความสูงหรือความกว้างของช่อดอกไม้ ภาชนะที่มีรายละเอียดน่าสนใจจะสร้างความโดดเด่นได้มาก เช่น เครื่องจักสาน หรือภาชนะดินเผารูปทรงแปลกตา     ACCESSORIES – เลือกของประดับที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ เพราะไม่มีกฎข้อใดห้ามคุณเอาสิ่งสวยงามอื่น ๆ มาจัดคู่กับดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นริบบิ้น เทียนหอม สายสร้อย มุก พลอยสี หรือแม้แต่กิ่งใบหรือผลที่มีรูปทรงแปลกตาของต้นไม้ต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับดอกไม้ในแจกัน ในบางโอกาสพิเศษคุณอาจนำเอาของตกแต่งที่น่าทึ่ง เช่น ตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ กิ๊บติดผม หรือรูปปั้นขนาดจิ๋ว รวมไปถึงสร้อยมุกเทียม หรือโซ่สวย ๆ มาประดับลงไปในช่อดอกไม้หรือตกแต่งแจกันของคุณเพื่อความตื่นตาตื่นใจ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งนั้น ตราบเท่าที่ผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจและคุณมีความสุขมากมายกับการจัดดอกไม้ของคุณ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
PICK THE RIGHT GARDEN FOR YOUR LIFESTYLE
    หนึ่งในความฝันที่มักจะมาคู่กับการมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ว่าเล็ก - ใหญ่ หรือแม้แต่บ้านแนวตั้งอย่างในคอนโด ก็คือการได้มีสวนสวย ๆ เป็นของตัวเอง แต่ช้าก่อน...ความฝันที่เกิดขึ้นจากการดูรูปภาพในสื่อต่าง ๆ กับความชอบจริง ๆ และความเหมาะสมกับวิถีชีวิต อาจจะไม่ใช่ภาพเดียวกันเสมอไป ก่อนที่คุณจะกำเงินสักฟ่อนไปจ้างใครมาจัดสวน หรือไปซื้อต้นไม้ใบหญ้ามาปลูกเอง คุณควรเริ่มวิเคราะห์และตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่า แท้ที่จริงแล้วคนอย่างคุณและบ้านของคุณเหมาะกับสวนแบบไหน โดยศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเภทของสวนให้รู้ชัด แล้วจึงเริ่มลงมือ     สวนทรอปิคัล – สวนไม้เมืองร้อน หมายถึงสวนที่ปลูกไม้พื้นถิ่นที่โตได้ดีในแสงแดดพอประมาณและความชื้นสูง มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาครึ้มเย็น ถ้าคุณจะเลือกสวนแบบนี้มาไว้เป็นสวนประจำบ้าน พื้นที่ของคุณควรมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะคุณต้องการพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงา ในขณะเดียวกัน ไม้ใบหรือไม้ประดับสำหรับสวนชนิดนี้ก็มักเป็นไม้ใบใหญ่ที่ใบแน่นหนาค่อนข้างทึบ ต้องการพื้นที่ดินชุ่มฉ่ำ รดน้ำใส่ปุ๋ยเต็มที่ เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาอยู่บ้านเป็นประจำ ดูแลสวนได้สม่ำเสมอ ต้องคอยตัดแต่งเรื่อย ๆ ไม่ให้รก ถ้าคุณไม่ค่อยอยู่บ้านและไม่มีคนทำหน้าที่ดูแลสวนประจำ ก็ไม่น่าจะเหมาะกับสวนแบบนี้     สวนสไตล์ชนบทอังกฤษ – เมื่อเอ่ยถึงสวนแบบนี้ สมัยก่อนคนมักนึกถึงสวนของบ้านคนรวย ที่มีทุ่งกว้างเต็มไปด้วยดอกไม้สีสวยนานาพรรณแข่งกันเบ่งบานรับแสงแดด มีเนินสูงต่ำ สลับกับการปูหินและกรวดที่สวยงามสบายตาดูเหมือนเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมักจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบัน สวนแบบอังกฤษที่นำมาประยุกต์สำหรับแต่งบ้านในเมืองไทยเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายขนาดนั้น โดยเปลี่ยนจากดอกไม้สีสดใสมาเป็นดอกหญ้า และวัชพืชประดับที่มีดอกและสีใบสวยงามก็แทนกันได้ แถมยังไม่ต้องดูแลอะไรมาก แค่ติดตั้งอุปกรณ์รดน้ำให้สวนได้น้ำพอเหมาะและสม่ำเสมอ ได้รับแสงแดดเพียงพอ ปล่อยให้ต้นไม้โตและออกดอกไปตามธรรมชาติ เมื่อถึงอายุหนึ่งก็ปลูกใหม่หรือแซมต้นที่หมดอายุสวนก็จะสวยได้เรื่อย ๆ ถ้าทิ้งบ้านไปหลายวันกลับมาอาจจะดูเหมือนรก ๆ หน่อยแต่ก็เป็นความรกที่ดูดี     สวนสไตล์มินิมัล – ความหมายของมินิมัลไม่ได้หมายถึงพื้นที่สวนขนาดเล็ก แต่หมายถึงการจัดสวนด้วยองค์ประกอบที่มีรูปแบบไม่หลากหลาย บางครั้งอาจจะใช้สิ่งของน้อยชิ้น หรืออาจจะมากแต่ดูแล้วกลมกลืนเสมือนเป็นหนึ่งเดียว เช่น สวนสไตล์ญี่ปุ่นแบบเซน ที่ประดับด้วยหิน กรวด และต้นไม้เพียงไม่กี่จุดด้วยคอนเซปต์การออกแบบที่อิงปรัชญา ทำให้ออกมาดูดีอย่างลึกซึ้ง หรือสวนมินิมัลแบบจีนที่ตกแต่งด้วยบอนไซในกระถางสวยงาม บนพื้นหินและกรวด ประดับด้วยรูปปั้นเป็นจังหวะ ข้อดีของสวนประเภทนี้คือไม่ต้องดูแลมาก เพราะมักใช้ไม้โตช้า ไม่ต้องตัดแต่งบ่อย และไม่มีชนิดของพันธุ์ไม้หลากหลายนัก ใบไม้ก็ไม่ค่อยร่วงให้ต้องกวาดเก็บ ทำให้สถานที่ดูสะอาดตาได้ไม่ยาก ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบบรรยากาศแบบคลีน ๆ ดูเป็นระเบียบโล่ง ๆ โปร่ง ๆ ชอบแสงสว่างจัด ๆ สวนแบบนี้ก็น่าจะเหมาะกับคุณ     สวนตะบองเพชรและไม้อวบน้ำ – ถ้าคุณเป็นคนที่มีเวลาน้อย แต่ชอบที่จะได้สัมผัสกับรูปโฉมที่น่าตื่นตาตื่นใจของพืชที่ปลูกได้ โดยไม่ต้องรอให้ถึงฤดูกาลที่มันจะออกดอก ผลิใบ ชอบที่จะเห็นความเป็นไปแบบช้า ๆ คงที่ สม่ำเสมอ และไม่ต้องการภาระในการตัดแต่งกิ่ง กวาดใบไม้ คุณน่าจะเหมาะกับการปลูกพืชทะเลทรายจำพวกตะบองเพชร และไม้อวบน้ำต่าง ๆ เพราะเป็นพืชที่มีรูปทรงสวยแปลกตาตามสายพันธุ์ของมันอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมาปลูก โดยหากระถางและดินที่เหมาะกับประเภทของต้นที่ปลูกและรดน้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งข้อดีของไม้พวกนี้คือไม่ต้องรดบ่อย ต้องการแสงแดดสม่ำเสมอ แต่ไม่ถึงกับจัดจ้ามาก ถ้าจำกัดบริเวณไว้ก็จะค่อย ๆ โตอย่างช้า ๆ ทำให้รูปทรงค่อนข้างคงที่ สวยนาน     สวนจิ๋ว – ถ้าคุณมีพื้นที่พักอาศัยไม่มาก แต่อยากสัมผัสธรรมชาติใกล้ตัว สวนขนาดจิ๋วอย่างเช่น สวนขวดและสวนถาด ก็เป็นคำตอบน่ารัก ๆ สำหรับพื้นที่ของคุณได้ลงตัว โดยถ้าคุณเลือกสวนขวด ก็มีทั้งขวดระบบปิดและระบบเปิด ซึ่งระบบปิดนั้น คุณไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะฝาขวดที่ปิดเอาไว้จะทำหน้าที่รักษาความชื้นให้ไหลเวียนอยู่ภายในขวด และมีการกลั่นตัวเป็นน้ำหล่อเลี้ยงพืชเป็นวัฎจักรที่สมดุลในตัวเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนถ้าคุณเลือกสวนระบบเปิด ก็ต้องดูแลให้น้ำและปุ๋ยน้ำตามกำหนดที่เหมาะสม หรือถ้าเป็นสวนถาดหรือสวนจิ๋วในกระถาง ก็อาจต้องมีการเปลี่ยนขนาดกระถางให้ต้นไม้บ้างเมื่อเลี้ยงไว้นาน ๆ แล้วมันโตเกินไป โดยคุณสามารถย้ายสวนของคุณไปวางตรงนั้นตรงนี้ได้ตามชอบใจ ได้สัมผัสธรรมชาติตามต้องการ     สวนครัว – ทางเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนชอบทำอาหารคือการทำสวนครัวดี ๆ เอาไว้ในบ้าน ถ้ามีพื้นที่เยอะ และมีแดด ก็ปลูกลงดิน แต่ถ้ามีที่ไม่มากหรืออยู่ในคอนโดก็ปลูกลงกระถาง โดยคุณจะเพาะเองตั้งแต่เริ่มหรือจะไปซื้อที่เขาปลูกไว้แล้วมาเลี้ยงต่อก็ได้ พืชผักสวนครัวโดยมากเป็นไม้ล้มลุก เมื่อต้นโทรมแล้วก็ควรปลูกใหม่หรือไปซื้อต้นใหม่สวย ๆ มาปลูกหมุนวียนไปเรื่อย ๆ อย่าให้ขาดช่วง และถ้าเลือกกระถางเก๋ ๆ มาปลูก ก็จะทำให้บ้านของคุณดูดีไม่เบา ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
Minimal Kitchen Garden
    ไลฟ์สไตล์แบบออร์แกนิคกำลังมาแรง โดยเฉพาะการทำสวนครัวเอาไว้ในบ้าน ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์แค่ปลอดสารพิษ แต่ยังช่วยประหยัดเงินในเรื่องอาหารการกิน อีกทั้งยังเป็นความเพลิดเพลินอย่าบอกใคร และไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากมาย จะมีบ้านเล็กใหญ่แค่ไหนหรือแม้แต่อยู่คอนโดฯ ก็สามารถมีสวนครัวเป็นของตัวเองได้ เรามีไอเดียดี ๆ เกี่ยวกับการทำสวนครัวในพื้นที่กะทัดรัดมาฝากกันค่ะ     สวนบนดิน – สำหรับคนที่มีบ้าน มีพื้นดินสำหรับปลูกต้นไม้ และเป็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงในระดับที่กำลังเหมาะ การปลูกพืชบนดินจะเหมาะที่สุด เพราะถ้าดินของคุณมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ก็ไม่ต้องเสียเวลาดูแลอะไรมาก แค่รดน้ำใส่ปุ๋ยตามกำหนดเวลาที่จำเป็น ก็มีสวนครัวดี ๆ เอาไว้เก็บกินได้มากมาย ปลูกได้ตั้งแต่พืชผักสำหรับกินใบ เช่น คะน้า ตำลึง กวางตุ้ง ชะพลู ผักบุ้ง ผักสลัดต่าง ๆ เรื่อยไปจนถึงสมุนไพร เช่น กะเพรา โหระพา มะกรูด สะระแหน่ พริก ยี่หร่า ผักชีลาว ตะไคร้ หรือจะเป็นไม้เลื้อยที่ให้ผล อย่างเช่น มะเขือเทศ และถ้าจะดีไม่น้อยหากคุณมีพื้นที่สำหรับปลูกมะนาวลูกดกไว้สักต้น โดยพืชผักทั้งหมดที่ว่ามานี้ต้องการแสงแดดเต็มที่ จะทำให้ได้ผลผลิตดี โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก     สวนกระถาง – สำหรับคนที่ไม่สะดวกจะปลูกพืชลงดิน สวนกระถางเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะสามารถเคลื่อนย้ายไปวางหาแสงแดดได้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน นอกบ้าน ริมระเบียง หรือดาดฟ้า ทั้งนี้การเลือกกระถางสวย ๆ ก็เป็นของตกแต่งบ้านอย่างดี พืชผักสวนครัวทุกชนิดสามารถปลูกลงกระถางได้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเลือกสรรความลึก ขนาดของกระถาง ให้เหมาะสมกับระบบรากของพืชแต่ละชนิด พืชที่มีรากตื้นอาจใช้กระถางเตี้ย ๆ ส่วนพืชที่มีระบบรากลึก เช่น ผักชี หรือไม้ยืนต้นอย่างมะนาว ถ้าปลูกลงกระถางที่ใหญ่และลึกหน่อย ก็จะได้ผลผลิตที่ดีงามกว่ากระถางจิ๋ว ๆ รวมถึงการเลือกชนิดดินที่ใส่ลงไปปลูกต้นไม้ ก็ต้องให้ตรงตามชนิดของพืช ซึ่งข้อดีของการปลูกผักลงกระถางคือ เราสามารถจัดดินที่แตกต่างกันสำหรับพืชต่างชนิดในแต่ละกระถางได้เลย     สวนผักไฮโดรโปนิกส์ – เหมาะสำหรับคนที่ชอบผักสลัด วิธีการปลูกสมัยนี้ไม่ยุ่งยากเลย แค่ไปซื้อชุดปลูกที่เขาจัดมาสำเร็จรูป อ่านวิธีการไม่กี่นาทีก็ทำตามได้สบายๆ และไม่ได้ปลูกได้แค่ผักสลัด สามารถปลูกผักชนิดใดก็ได้ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดเคอรัล ฟริลลิซไอซ์เบิร์ค บัตเตอร์เฮด ผักกาดหอม คอส วอเตอร์เครส และร็อคเก็ต ซึ่งล้วนแต่มีราคาแพงเวลาไปซื้อตามซูเปอร์  ข้อดีคือใช้พื้นที่น้อย ไม่ต้องมีดินก็ปลูกได้ แต่ต้องวางไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง และทำตามขั้นตอนที่เขาบอกไว้อย่างละเอียด ตอนแรกอาจจะรู้สึกว่ายากหน่อย แต่พอลองไปสักพักแล้วจะคุ้น พอได้กินผักที่ปลูกเองสดๆสวยๆ แล้วจะหายเหนื่อยทันที     สวนไม้แขวน – ถ้าคุณไม่มีพื้นที่ดิน และไม่มีบริเวณเหมาะๆในบ้านสำหรับวางกระถางต้นไม้ การปลูกสวนครัวแบบแขวนก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยหาตำแหน่งแขวนให้พืชผักของคุณได้รับแสงแดดในตอนกลางวันอย่างเพียงพอ พืชที่ปลูกนั้นมีให้เลือกได้มากมายหลายชนิด แต่เพื่อลดข้อจำกัดของขนาดกระถางและน้ำหนัก ควรเลือกที่มีระบบรากสั้น และขนาดต้นไม่โตจนเกินไป เช่น เนียม ผักชีฝรั่ง ผักสลัด เคล็ดลับของการเลือกพืชสำหรับสวนแขวนที่ทั้งกินได้และเป็นของแต่งบ้านที่สวน คือพยายามเลือกต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่มเลื้อย เช่น สะระแหน่ ชะพลู อัญชัน เพราะผักพวกนี้จะมีทรงต้นที่สวย เมื่อปลูกในลักษณะแขวนให้แตกใบห้อยระย้าดูสวยงาม นอกจากนี้ พวกผักสมุนไพรกินใบ เช่น ต้นหอม มิ้นท์ ยี่หร่า คึ่นไช่ ก็สามารถปลูกเป็นไม้แขวนได้     สวนจิ๋วใกล้มือ – สำหรับคนที่ชอบทำอาหารและอยากมีพืชผักออร์แกนิคสด ๆ ไว้ใกล้มือในครัว แต่มีพื้นที่น้อย สวนจิ๋วที่อยู่ในครัวก็เป็นคำตอบที่ลงตัวและเก๋ไก๋อย่าบอกใคร เพียงคุณเลือกภาชนะสำหรับปลูกให้ดูดี จัดพื้นที่ให้พืชผักของคุณได้รับแสงสว่างเพียงพอ ก็สามารถปลูกได้ตั้งแต่สมุนไพรหลากชนิด เรื่อยไปจนถึงการเพาะต้นอ่อนของผักทั้งหลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับสลัด เช่น ถั่วงอก เมล็ดข้าวงอก ต้นอ่อนทานตะวัน ผักโขม ผักบุ้ง สำหรับสมุนไพรฝรั่งที่ซื้อตามซูเปอร์แล้วแพงระยับ ก็สามารถลองหามาปลูกในครัวได้ เช่น โรสแมรี่ ไทม์ โดยอาจซื้อที่เขาเพาะเป็นต้นมาแล้วนำมาเลี้ยงต่อก็ได้     ก็ลองเลือกดูนะคะ ว่าบ้านของคุณเหมาะกับสวนแบบไหน เพื่อที่จะได้สนุกกับการทำสวนครัวด้วยตัวเอง และมีพืชผักปลอดสารเป็นอาหารสุขภาพชั้นเลิศให้กับตัวคุณเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
9 ช่องทางรับบริจาค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน
    จากกรณีจากพายุเซินกา (SONCA) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสานที่ต้องเผชิญกับอุทกภัยหลายจังหวัด โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมสกลนคร ที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤต และถือว่าหนักที่สุดในรอบ 60 ปี โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร แถมฝายกักเก็บน้ำชำรุดไป 2 แห่ง บวกกับน้ำป่าจากเทือกเขาภูพาน น้ำจากเขื่อนห้วยเดียก ได้ไหลมาสมทบ ทำให้พื้นที่ลุ่มในเขตพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งนี้ ด้วยน้ำใจคนไทย หลายหน่วยงานต่างเปิดช่องทางรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้ 1. รัฐบาล - รัฐบาลเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุเซินกา ผ่านกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ "กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี" ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 2. ช่อง 3 - เปิดศูนย์รับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสกลนครและภาคอีสาน ผู้มีจิตศรัทธาสามารถนำสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง โดยเฉพาะ "ข้าวเหนียว" รวมทั้งเครื่องนอนและสิ่งดำรงชีพ มาร่วมบริจาคได้ที่อาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4 ในวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม เป็นต้นไป 3. กาชาดจังหวัดสกลนคร - ทางกาชาดจังหวัดสกลนคร เปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร ชื่อบัญชี เหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร เลขที่บัญชี 983-0-54914-3     รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดสกลนคร มีสำนักงาน ปภ.สกลนคร เป็นหน่วยประสานงาน เบอร์โทรศัพท์ 042 - 711 - 771, 042 - 715 - 232  มือถือ 089 - 969 - 6760 4. สถาบันการศึกษาต่าง ๆ - รวมรายชื่อสถาบันการศึกษาที่เปิดศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมเพื่อเป็นช่องทางของการส่งผ่านความช่วยเหลือจากคนทั่วประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for DAD ท่าพระจันทร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยนครพนม, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยนิสิตชมรมรักษ์อีสาน เป็นต้น 5. อสมท. - บมจ.อสมท เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีสาน ธนาคารกรุงไทย สาขาอโศก ชื่อบัญชี อสมท ช่วยผู้ประสบภัย สานใจประชารัฐ เลขที่บัญชี 015-0-21738-2 6. สภากาชาดไทย - สามารถร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ชื่อบัญชี "สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ" ประเภทบัญชี "กระแสรายวัน" เลขที่ 001-1-34567-0 ส่วนกรณีโอนเงินจากตู้เอทีเอ็มให้เลือกทำรายการประเภทบัญชีได้ทั้ง 2 ประเภท คือ "กระแสรายวัน" หรือ "ออมทรัพย์" ทั้งนี้ใบเสร็จรับเงินการบริจาคนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย 7. ช่อง 8 - ร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี "ช่อง 8 ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" เลขที่บัญชี 128-3-08842-3 8. ช่อง One - เปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่จำเป็น อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องยังชีพต่าง ๆ ฯลฯ  ที่ฝ่ายข่าวชั้น 15 อาคาร GMM GRAMMY PLACE หรือบริจาคเงินได้ที่ชื่อบัญชี "วันสร้างสุขช่วยผู้ประสบภัย" เลขที่บัญชี 925-014-5555 ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนอโศกมนตรี 9. GMM GRAMMY - ร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เลขที่ 741-2-05914-4 ภาพและข้อมูลจาก : นักข่าวพลเมือง (ThaiPBS), workpointtv, สำนักข่าวไทย, เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร, dailynews, Redcrossfundraising - สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, ช่อง 8, ข่าวช่องวัน, kapook.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
Should You Buy or Build a Home?
    หลายคนที่กำลังคิดอยากจะมีบ้าน กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อที่ดิน ออกแบบ สร้างบ้านเอง หรือจะซื้อบ้านจัดสรรจากโครงการต่าง ๆ ดี เรามีคำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจมาฝากกันค่ะ     เริ่มต้นกันที่ ข้อดีในการปลูกบ้านเอง แน่นอนว่า ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ สามารถเลือกซื้อที่ดินในทำเลทองที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยได้สบาย ๆ อีกทั้งยังมีพร้อมทั้งงบประมาณในการจ้างนักออกแบบเก่ง ๆ มาคิดแบบให้จนถูกใจ มีเวลาสำหรับตรวจแก้ไขแบบกับผู้ออกแบบ ดีลกับผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้าน รวมถึงมีความชอบ ความสนใจ และมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้าง การตกแต่ง เรื่อยไปจนถึงการจัดสวน ฯลฯ คุณก็น่าจะเหมาะกับการสร้างบ้านเอง เพื่อให้ได้แบบบ้านที่ถูกใจคุณมากที่สุด     อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการปลูกบ้านเอง ที่ต้องพึงสังวรณ์ก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อมข้างเคียง ซึ่งยากแก่การคาดเดาว่า ในอนาคตพื้นที่เหล่านั้นจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ เพราะคุณเป็นเจ้าของที่ดินเฉพาะบ้านของคุณ ไม่ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของทั้งชุมชนหรือทั้งหมู่บ้านอย่างเวลาซื้อบ้านจัดสรร นอกจากนี้ คุณจะต้องยอมรับ ค่าใช้จ่ายในการออกแบบ - ก่อสร้าง - ตกแต่ง ในอัตราที่สูงกว่าการซื้อบ้านจัดสรรมาก โดยที่ยังไม่อาจเห็นบ้านตัวอย่างว่าเมื่อเสร็จแล้วจะออกมาเป็นอย่างที่ฝันไว้หรือไม่ อีกทั้งคุณยังต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง ในเรื่องมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้าง จากทีมงานที่คุณเลือกใช้ ซึ่งในโครงการบ้านที่มูลค่างานไม่สูงมาก ก็อาจเป็นการยากที่คุณจะได้ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างบริษัทใหญ่ ที่มีมาตรฐานการทำงานเป็นระบบกว่าและน่าจะมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าผู้รับเหมารายเล็ก ๆ ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรแต่ละโครงการถือเป็นงานขนาดใหญ่ การลงทุนสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่กว่าก็ย่อมมีโอกาสที่จะได้ใช้บริษัทใหญ่ ได้ต้นทุนบริการและค่าวัสดุก่อสร้างที่ถูกกว่าเพราะซื้อจำนวนมากกว่า     สำหรับคนที่ไม่มีทุนทรัพย์เหลือเฟือ และไม่มีเวลาสำหรับควบคุมดูแลการออกแบบก่อสร้างเอง การซื้อบ้านจัดสรรจากโครงการอสังหาฯ คุณภาพที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ จึงน่าจะเป็นข้อได้เปรียบมากกว่า เพราะข้อดีของการซื้อบ้านจัดสรร คือ     ได้ทำเลคุณภาพและชุมชนคุณภาพสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว – การเกิดขึ้นของโครงการบ้านจัดสรรชั้นดีในย่านใด ๆ ของเมือง นอกจากจะมาจากการเลือกสรรอันรอบคอบของบริษัทผู้ลงทุนที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้ว ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พื้นที่โดยรวมในย่านนั้นกลายเป็นชุมชนที่ดีขึ้น และยกระดับทำเลให้มีคุณภาพสูงขึ้นในเวลาเดียวกัน เพราะนอกจากจะมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชั้นดี ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีพื้นที่ส่วนกลางที่ดี คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส มีพื้นที่สีเขียว และส่วนพักผ่อนหย่อนใจที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานแล้ว ยังทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมของทำเลนั้นสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าอยู่ขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังทำให้อุ่นใจได้ว่า น่าจะมีเพื่อนบ้านระดับเดียวกัน คุณไม่ต้องลุ้นว่า เพื่อนบ้านหรืออาคารข้างเคียงจะมีลักษณะแบบไหน เพราะโครงการบ้านจัดสรรจะมีการควบคุมแบบให้ได้มาตรฐานทั่วทั้งโครงการ อีกทั้งพื้นที่ส่วนกลางซึ่งไม่ใช่พื้นที่สาธารณะก็จะมีนิติบุคคลคอยดูแลอย่างดี โดยเจ้าของบ้านทั้งโครงการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ     ได้เห็นแบบสำเร็จของบ้านก่อนซื้อ – ถ้าโครงการมีบ้านตัวอย่าง คุณก็จะได้เห็นภาพบ้านตัวอย่างให้มั่นใจว่า จ่ายเงินไปแล้วจะได้อะไร และถ้าเป็นบ้านที่สร้างเสร็จก่อนขาย คุณก็ได้ซื้อในสิ่งที่ตาเห็น ได้สัมผัสของจริง ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องลุ้นเหมือนเวลาสร้างบ้านเอง     ประหยัดเงินและเวลา – การซื้อบ้านจัดสรรเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาและความรู้ในการสร้างบ้านหรือควบคุมการออกแบบก่อสร้างเอง เพราะโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีจะเลือกใช้ทีมงานนักออกแบบ วิศวกร และผู้รับเหมาที่เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์สูง มีเอกสารการันตีด้านวิชาชีพตามกฎหมาย มาทำหน้าที่เหล่านี้แทนเจ้าของบ้าน อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุต่าง ๆ ขั้นตอนการก่อสร้างจะมีระบบควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและเวลาที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขสัญญาเป็นตัวควบคุมให้คุณสบายใจได้จนเสร็จ     สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากโครงการและบริการหลังการขาย – เป็นสิ่งดี ๆ ที่คุณจะได้รับจากการซื้อบ้านจัดสรร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกันต่าง ๆ และเงื่อนไขพิเศษที่เป็นประโยชน์ในการเป็นเจ้าของบ้านซึ่งจะไม่มีในการปลูกบ้านเอง รวมไปถึงความสะดวกในเรื่องการขอกู้ธนาคาร ชื่อเสียงของโครงการที่น่าเชื่อถือก็จะทำให้กู้ได้ง่ายกว่า     ซื้อง่ายขายคล่อง – หากคุณซื้อบ้านจัดสรรจากบริษัทที่ชื่อเสียงดี ทำเลดี นอกจากจะได้อยู่อาศัยด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะบ้านจัดสรรที่ดี ๆ มีมาตรฐานนั้น ซื้อง่ายขายคล่องกว่าบ้านสร้างเองเยอะ ด้วยข้อพิจารณาต่าง ๆ ที่เราสรรหามาฝากกันนี้ คุณก็คงตอบตัวเองได้ไม่ยากว่า คุณเหมาะกับการปลูกบ้านเอง หรือซื้อบ้านจัดสรรดี ๆ เป็นของขวัญให้ชีวิต ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
บริจาคน้ำท่วม ลดหย่อนภาษีปี 2560 ได้ ไขข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ ?
    5 เรื่องที่ต้องรู้ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเงินช่วยเหลือเหตุการณ์น้ำท่วม     สถานการณ์น้ำท่วมของประเทศไทย ในปี 2560 ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ภาคใต้ จนมาถึงภาคเหนือและอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้ธารน้ำใจจากองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ไหลหลั่งไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งเงินบริจาคที่รวบรวมได้จากพี่น้องชาวไทยทั่วทุกสารทิศ     นั่นจึงทำให้กระทรวงการคลังออกมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้สิทธิ์ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ได้บริจาคเพื่อช่วยเหตุการณ์น้ำท่วม มาหักเป็นค่าลดหย่อน หรือหักเป็นรายจ่ายในการเสียภาษีได้       สำหรับคนที่มีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี และตั้งใจที่จะบริจาคเงินเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ด้วยแล้ว อาจเลือกใช้สิทธิ์ส่วนนี้เพื่อเป็นค่าลดหย่อนภาษีในปี 2560 ได้เช่นกัน ส่วนจะต้องบริจาคภายในวันที่เท่าไร หรือใช้หลักฐานอะไรบ้างนั้น เราขอรวบรวมคำถามต่าง ๆ มาชี้แจงให้ได้ทราบกัน บริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมช่วงไหน ถึงได้สิทธิลดหย่อนภาษี ?     กรมสรรพากรระบุว่า ต้องเป็นการบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน (กรณีนิติบุคคล) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 แบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ     - ผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2560     - ผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2560  ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ในปีไหน ?     เงินบริจาคนี้จะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2560 ซึ่งจะยื่นรายการภายในเดือนมกราคม-มีนาคม 2561 ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเท่าไร ?     - กรณีบุคคลธรรมดา สามารถนำจำนวนเงินที่ได้บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 1.5 เท่า แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน      ตัวอย่างเช่น หากเราบริจาคเงินช่วยเหลือไป 1,000 บาท จะสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่า คือ (1,000x1.5) เท่ากับ 1,500 บาท ถ้าเงินได้สุทธิของเราต้องเสียภาษีอยู่ในขั้น 5% เท่ากับว่าจะได้คืนภาษี 5% ของ 1,500 บาท คือ 75 บาท แต่หากฐานภาษีอยู่ที่ 30% เท่ากับว่าจะได้คืนภาษี 30% ของ 1,500 บาท คือ 450 บาท     - กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายได้ 1.5 เท่า แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ต้องบริจาคหน่วยงานไหนถึงได้สิทธิลดหย่อนภาษี ?     กรมสรรพากรระบุว่าต้องเป็นการบริจาคให้ผู้รับบริจาคดังนี้     - ส่วนราชการ มูลนิธิ องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย     - ตัวแทนรับบริจาคที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ที่ได้ขึ้นทะเบียนแจ้งขอเป็นตัวแทนรับบริจาคกับกรมสรรพากร เช่น สถานีโทรทัศน์ หรือสถานีวิทยุ  ใช้หลักฐานอะไรเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบ้าง ?     - หลักฐานการรับเงิน หรือทรัพย์สิน ที่มีข้อความระบุว่าเป็นโครงการหรือเป็นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยอาจระบุช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยไว้ด้วย     - หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในช่วงระยะเวลาที่เกิดอุทกภัย ซึ่งพิสูจน์ผู้โอนและผู้รับโอนได้     สำหรับมาตรการภาษีครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้มีการบริจาคเพื่อระดมความช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย และทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมในเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งหากใครมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่ และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161      ***หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 ที่มา : กรมสรรพากร, kapook.com ขอบคุณภาพ : aphichato, Shutterstock.com, STR, AFP, bbc.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
Outdoor Market for Shopping & Chilling out
    สำหรับชีวิตคนทำงานที่ต้องคร่ำเคร่งกับสารพัดโปรเจคมาทั้งวัน การได้ออกไปพักผ่อน เดินช้อปปิ้ง กินดื่มกับเพื่อนฝูงหลังเลิกงานนั้น ก็เปรียบเสมือนการได้ชาร์จแบตก่อนกลับไปลุยงานกันต่อ และนี่คือ 10 ตลาดนัดสุดชิลล์ ที่เหมาะสุดสำหรับแฮงก์เอาท์กับเพื่อนฝูง และคนรู้ใจในทำเลสบาย ๆ ใกล้บ้านคุณ     ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา - ตลาดนัดใกล้บ้านสำหรับคนย่านรามอินทราที่ไม่ต้องขับรถเข้าเมืองไปไกล ๆ เพียบพร้อมด้วยสินค้าหลากหลายสไตล์ ทั้งสินค้าแฟชั่น ของแต่งบ้าน ของกินของใช้ในราคาย่อมเยา มีซุ้มอาหารให้เลือกชิมเพลิน ๆ เหมาะที่จะแวะเดินเล่นซื้อของ อร่อยกับสตรีทฟู้ดมากมาย หลบชั่วโมงรถติดก่อนกลับบ้าน  สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220  Google Map : https://goo.gl/maps/GnHY2ExvVCw เวลาเปิด - ปิด :  ทุกวัน 17.00 - 02.00 น. โทรศัพท์ : 082 - 3573535 เว็บไซต์ : https://goo.gl/UbwS1J     ตลาดหัวมุม Market & More - ตลาดนัดย่านเกษตร - นวมินทร์ที่บรรยากาศปลอดโปร่ง สว่าง สะอาด เดินสบาย ด้วยพื้นปูคอนกรีตทั่วทั้งโครงการ การแบ่งโซนร้านค้าเป็นสัดเป็นส่วน มีอาหารหลากหลาย ให้เลือกรับประทาน และเหนืออื่นใดมีลานแสดงดนตรีเล่นสดให้ฟังทั้งคืน เหมาะกับค่ำคืนสบาย ๆ ให้คลายเหนื่อยก่อนจบวัน สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : 11 ถนนเกษตร - นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 Google Map : https://goo.gl/maps/1PP39wuMuHB2 เวลาเปิด - ปิด :  ทุกวัน 17.00 - 00.00 น. โทรศัพท์ : 099 - 4922561 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/huamummarket/     ตลาดสหนิยมบางนา - ตลาดน้องใหม่ย่านบางนาที่มีร้านอาหารอร่อยน่านั่งให้เลือกนั่งชิลล์กันหลังเลิกทำงาน ของกินมีให้เลือกมากมายจนเลือกไม่ถูก มีโซนสินค้าเปิดท้ายให้ได้เดินชอปปิ้งเพลิน ๆ แถมท้ายด้วยพื้นที่ออกกำลังกายทั้งสนามฟุตบอลและสนามบาสเกตบอลเป็นตัวเลือกสำหรับสายรักสุขภาพ สินค้า : อาหาร, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ ที่ตั้ง : ถนนบางนา - ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 Google Map : https://goo.gl/maps/A8DT8v4KdZB2 เวลาเปิด - ปิด :  ทุกวัน 10.00 - 23.00 น. โทรศัพท์ : 081 - 4141596 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/SahaNiyomBangna/     ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ - แหล่งนัดพบที่รวมความสนุกหลากรสชาติบนถนนศรีนครินทร์ แหล่งรวมสินค้าแนววินเทจที่มีให้เลือกชอปปิ้งอย่างครบครัน ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน งานศิลป์ พร้อมโซนอาหารและโซนปาร์ตี้สนุก ๆ เพลงมัน ๆ ที่เป็นสัดเป็นส่วน นั่งสบาย ในบรรยากาศของโกดังเก่าที่จะสร้างความประทับใจจนอยากกลับไปเยือนอีก สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : ซอยศรีนครินทร์ 51 ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250 Google Map : https://goo.gl/maps/ywRpVK8ViJy เวลาเปิด - ปิด : วันพฤหัสบดี - อาทิตย์ เวลา 17.00 - 01.00 น. โทรศัพท์ : 081 - 8275885, 086 - 1267787, 081 - 7328778, 081 - 7525588 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/taradrodfi/     ตลาดนัดรถไฟรัชดา - อีกหนึ่งสาขาของตลาดนัดสุดแนว ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เหมาะกับการนัดสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ให้เลือกซื้อ และร้านนั่งดื่มให้ได้เลือกหลากหลาย ถ้าใครหิวมาก็มีร้านอาหารทั้งมื้อหนักกินอิ่มท้อง หรือถ้าเน้นความสนุกกับเพื่อนฝูงก็มีของกินกรุบกริบแกล้มบทสนทนา สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : 99 ซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดา แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 Google Map : https://goo.gl/maps/SDHxib1XjR62 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 17.00 - 01.00 น. โทรศัพท์ : 092 - 7135599, 092-7135577, 092-6857979 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/taradrodfi.Ratchada/     ตลาดนัดกลางคืนสวนจตุจักร - แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตที่ทุกคนต้องเคยไป แต่สำหรับคุณที่เบื่อแดดร้อนในตอนกลางวัน และต้องการหนีบรรยากาศอึกทึกที่เน้นการขาย อยากได้บรรยากาศช้อปปิ้งผสมปาร์ตี้ ทุกคืนวันศุกร์คือคำตอบของคุณ ที่มีโซนดื่มกินและดนตรี ให้คุณได้เพลิดเพลิน ควบคู่ไปกับการเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าในแสงสีมลังเมลืองของยามค่ำคืน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติวัยหนุ่มสาวมาเดินกันมากมาย ตื่นตาตื่นใจมาก ๆ สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, ต้นไม้, อาหาร ที่ตั้ง : ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Google Map : https://goo.gl/maps/zfDYzyNA1kr เวลาเปิด - ปิด : คืนวันศุกร์ และวันเสาร์ - อาทิตย์ 8.00 - 21.00 น. โทรศัพท์ : 1690     ตลาดนัดต้นไม้กลางคืนสวนจตุจักร - สำหรับผู้รักต้นไม้แต่ไม่ชอบการเดินตากแดดตอนกลางวัน หลังเลิกงานวันอังคารอยากให้ลองไปเดินตลาดนัดต้นไม้ตอนกลางคืนที่สวนจตุจักร จะได้สัมผัสกับบรรยากาศคึกคักน่าดูชมแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร้านค้าจะเอาต้นไม้ต่าง ๆ มาลงที่ร้าน ไม่ว่าจะซื้อต้นไม้ไปประดับสวน หรือมองหากระบองเพชรกระถางน้อยไปวางบนโต๊ะทำงานสักต้น ถ้ามาซื้อตอนนี้จะได้ตัวเลือกที่ดี ๆ ก่อนใคร เพราะของใหม่สุดสวยเพิ่งมาลง  สินค้า : ต้นไม้ อุปกรณ์เกี่ยวกับสวน ที่ตั้ง : ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Google Map : https://goo.gl/maps/zfDYzyNA1kr เวลาเปิด - ปิด : คืนวันอังคาร และวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 05.00 - 18.00 น. โทรศัพท์ : 1690     JJ Green - อีกหนึ่งแหล่งรวมสินค้าวินเทจที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดนัดสวนจตุจักร ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน สินค้าแฮนด์เมดเก๋ ๆ ให้คุณเลือกซื้อ และยังเป็นหนึ่งแหล่งนัดพบสำหรับคนรักรถคลาสสิก ที่มีอะไหล่รถหายากให้เลือกหาอีกมากมาย สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Google Map : https://goo.gl/maps/YkARq7rfvqC2 เวลาเปิด - ปิด : วันพุธ - อาทิตย์ เวลา 18.00 - 01.30 น. โทรศัพท์ : 092 - 4615951 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/jjgreen59/     ชุมทางสยามยิปซี - ตลาดนัดบรรยากาศดิบ ๆ ย้อนยุคย่านบางซื่อ ด้วยร้านค้าที่สร้างเป็นห้องแถวไม้ ที่เป็นทั้งร้านน้ำชา ร้านตัดผม ไปจนถึงวางขายสินค้าวินเทจหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของแต่งบ้าน แถมด้วยนักดนตรีที่จะคอยบรรเลงบทเพลงสร้างบรรยากาศให้คุณได้นึกถึงความทรงจำในวันเก่า  สินค้า : เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้าน, อาหาร ที่ตั้ง : 965/8 กรุงเทพฯ - นนทบุรี 29 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 Google Map : https://goo.gl/maps/6qYrdqXEHap เวลาเปิด - ปิด : วันพุธ - อาทิตย์ เวลา 17.00 - 01.00 น. โทรศัพท์ : 02 - 9107913 เว็บไซต์ : http://siamgypsymarket.com/     Bangkok Farmers’ Market - ตลาดนัดหมุนเวียนสำหรับคนรักสุขภาพ ที่จะให้คุณได้แวะซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ และสินค้าออร์แกนิกก่อนกลับบ้าน สำหรับคุณที่ชื่นชอบการทำอาหาร ที่นี่ก็มีวัตถุดิบให้คุณเลือกสรร ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ปลอดสารพิษส่งตรงจากมือเกษตรกร เรียกว่ามาทีเดียวได้ทั้งความอิ่มกายและอิ่มใจกลับไปครบครัน ตลาดนัดนี้จะมีการจัดหมุนเวียนไปตามโลเคชั่นของชุมชนต่างๆตามตารางที่สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ โดยจะเป็นสถานที่เก๋ ๆ ในย่านชุมชนอสังหาที่มีคนอยู่เยอะ หรือตามคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีคอนเซ็ปต์เดียวกันในย่านเอกมัย บางนา และอ่อนนุช สินค้า : อาหาร, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, ของตกแต่งบ้านสไตล์ ECO ที่ตั้ง : จัดหมุนเวียนตาม Community Mall ย่านเอกมัยและอ่อนนุช เวลาเปิด - ปิด : วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 18.00 น. โทรศัพท์ : 092 - 2571106 เว็บไซต์ : http://www.bkkfm.org/ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Aug 2017
OPEN HOUSE, new urban space in town
    เพราะข้อได้เปรียบของการใช้ชีวิตในคอนโดกลางเมืองใจเมือง ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง แต่ยังหมายถึงการลดภาระในการดูแลบ้าน สวน และพื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ ทำให้คุณเหลือเวลาไปไหนมาไหนได้เยอะแยะ และหากจะนัดหมายพบปะทางธุรกิจ ก็สามารถออกไปหา CO-WORKING SPACE รวมถึงใช้ประโยชน์จาก URBAN SPACE ดี ๆ ที่มีอยู่มากมายตามเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์มาแรงในยุคนี้ และหนึ่งในพื้นที่แฮงก์เอ้าท์แห่งใหม่ที่น่าสนใจสุด ๆ ณ ปัจจุบัน ก็คือ OPEN HOUSE  ที่ห้าง CENTRAL EMBASSY     เหตุผลที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้น่าสนใจ แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ในชั้นบนของห้างสรรพสินค้าหรู ก็คือการออกแบบลักษณะการใช้งานให้แตกต่างออกไปจากความเป็นห้าง โดยโน้มเอียงมาสู่การเป็นพื้นที่ว่างสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างตอบโจทย์ที่สุด เพราะตามปกติ เวลาเราพูดถึงคำว่า Urban space เราก็มักจะคิดไปถึง Public space อย่างเช่นพวกสวนสาธารณะ ลาน หรือจัตุรัสกลางใจเมือง ซึ่งพอเอาเข้าจริง ๆ พื้นที่ว่างสาธารณะแบบที่ว่ามานั้นก็อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับชีวิตคนเมืองที่เป็นชนชั้นกลางรุ่นใหม่ได้เต็มที่นัก เนื่องจากค่อนข้างจะร้อน และยังขาดองค์ประกอบที่จำเป็นอีกหลายอย่าง คนจึงไม่ได้ไปใช้งาน ต่อให้เปิดใช้ฟรีก็ตาม     ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าแบบเดิม ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน มีแอร์เย็นสบายแต่ก็มุ่งให้เป็นที่ค้าขายสินค้ามากกว่าจะมาแฮงก์เอ้าท์ การเปิดตัวของ OPEN HOUSE ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่หย่อนใจ กับพื้นที่พบปะสังสรรค์ และมุมทำงาน เรื่อยไปจนถึงห้องประชุมให้เช่า ที่มีพร้อมทั้งที่นั่ง ที่กิน-ดื่ม สัญญาณอินเตอร์เน็ต สวนสวย บรรยากาศดี ๆ แอร์เย็นฉ่ำ และส่วนแสดงงานศิลปะ ควบคู่กับร้านหนังสือที่ให้อารมณ์แบบนิทรรศการหนังสือหรือห้องสมุด มากกว่าจะจงใจขายหนังสือกันแบบฮาร์ดเซล จึงกลายเป็นคำตอบสำหรับคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการพื้นที่กึ่งสาธารณะ สำหรับการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัย     การมาใช้พื้นที่นั้นอาจเป็นได้ตั้งแต่ไม่เสียเงินสักบาท หยิบหนังสือที่เขาวางดิสเพลย์ไว้มาเลือกนั่งอ่านฟรีไปตลอดทั้งวันก็ไม่มีใครว่า (ถ้าใจกล้าพอ) เรื่อยไปจนถึงควักกระเป๋าซื้อหนังสืออุดหนุนเขาสักหอบใหญ่ ซึ่งมักเป็นหนังสือแนวดีไซน์เท่ ๆ จากต่างประเทศ ไปจนถึงวรรณกรรมไทยประเภทนิยายประโลมโลกรุ่นคลาสสิก หรือนั่งกินอาหารเครื่องดื่มในร้าน จิบกาแฟ ละเลียดเบเกอรี่หน้าตาดี ในราคาสมเหตุสมผล เปิดคอมฯ ทำงานไปเพลิน ๆ ในบรรยากาศสถานที่หรู ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อก้องโลก คนเดียวกับที่ออกแบบสำนักงานให้กูเกิล พูดง่าย ๆ คือแค่ได้เข้ามาก็รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว     นอกจากนี้ ถ้าใครตั้งใจจะมานั่งทำงานแบบจริงจัง นัดลูกค้ามาพรีเซนต์โปรเจค คุยธุรกิจ เขาก็มีโซนทำงานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเท่าออฟฟิศเอาไว้บริการเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งเมื่อพิจารณาทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นโดยรวม ๆ บวกกับคอนเซ็ปต์การให้บริการของสถานที่แห่งนี้ ก็จัดได้เป็น URBAN SPACE หรือพื้นที่ว่างสำหรับชีวิตเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ตัดคำว่า FREE หรือ PUBLIC ออกไปเท่านั้น เพราะเขาเป็นธุรกิจ ก็ย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่ายบ้างพอสมน้ำสมเนื้อ     ใครที่อยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้าจึงมีตัวเลือกเท่ ๆ สำหรับการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ไม่ว่าจะวันทำงานหรือวันว่าง ในบรรยากาศที่น่าจะตรงกับรสนิยมคนเมืองรุ่นใหม่ได้เหมาะเจาะทีเดียว ขอบคุณข้อมูล : www.centralembassy.com/anchor/open-house/ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Jul 2017
Baht
Year
%
Monthly Rate
Baht
Baht
Year
%
The calculations are approximate loan amount up to 35% of net income.
Monthly Rate
Baht
LOAN
Baht