Top
ปรับเปลี่ยนบ้านแค่นิดเดียวชีวิตเริ่ด
    ถ้าไม่รู้จะใช้ฤกษ์ไหนในการเปลี่ยนบ้าน - ห้องชุดรก ๆ ให้กลับมาน่าอยู่ดังเดิม ก็ใช้ฤกษ์ปีใหม่นี่แหละดีที่สุด ถือเป็นการให้ของขวัญกับตัวเองรับปีใหม่นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขจัดความรก ทิ้งของไม่ใช้ ฟื้นความสะอาด” ให้กับที่อยู่อาศัยของเรา โดยเฉพาะ “ของที่เราไม่ค่อยได้ใช้” ให้ประเมินว่า.. เราไม่ได้ใช้ของสิ่งนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว     ถ้านานเกิน 1 ปี แสดงว่า ของนี้ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตประจำวันของเรา ของสิ่งนั้นจำเป็นกับที่อยู่อาศัยของเราหรือไม่     ถ้าไม่จำเป็น เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ก็ควรทิ้งไป แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็น เช่น อุปกรณ์ช่างต่าง ๆ อันนี้แม้จะไม่ค่อยได้ใช้ ก็ยังเก็บไว้ได้ เพียงแต่ต้องสำรวจสักหน่อยว่ายังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ ถ้าใช้ไม่ได้แล้ว ควรทิ้งไป     ถ้าพิจารณาแล้ว เข้าข่ายข้อ 1 และประเมินตามข้อ 2 แล้วว่าไม่จำเป็น ควรทิ้ง หรือบริจาคให้คนอื่น ก็จะช่วยทำให้บ้านของเรา โล่ง โปร่ง และน่าอยู่ยิ่งขึ้น     สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน รกไปหมด แนะนำว่า ให้ไล่จัดการไปที่ละจุด เริ่มด้วย 1. ที่จอดรถ ที่อยู่ในเขตพื้นที่บ้านของเรา ลองนึกดูดี ๆ จะเห็นภาพชัดเลยว่า เราไม่ได้ใช้เพื่อจอดรถเพียงอย่างเดียว แต่เรายังใช้วางข้าวของอีกมากมายที่อาจจะล้นออกมาจากตัวบ้าน หรือว่าไว้ในพื้นที่บ้านเราไม่ได้ ให้สำรวจเลยว่า มีของอะไรที่เราไม่ใช้แล้ว ดูทิ้งร้าง ดูเป็นตู้เก่าใกล้พัง ควรตัดใจทิ้งไปได้เลย แล้วคุณจะมีพื้นที่ส่วนนี้สำหรับใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้เพิ่มขึ้น      และนอกจากในเรื่องของการจัดบริเวณที่จอดรถให้สวยงามและสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มพื้นที่แล้วนั้น อย่าลืมสังเกตถึงรอยแตกร้าวของที่จอดรถด้วย   2. สวนภายในบ้าน ถ้าสวนเล็ก ๆ อยู่ใกล้ที่จอดรถ ก็ให้ดูไปพร้อมกันเลย กระถางต้นไม้ไหนพุพัง เก่าแล้ว ไม่ได้ใช้งาน ต้นไม้เน่า เราควรทิ้งไปเลยดีกว่า เก็บไว้ จะทำให้บ้านห่อเหี่ยว ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วก็ไม่ดี ตามหลักสายตาเราแล้วก็ไม่ดี ถ้าตื่นเช้ามา ต้องเจอต้นไม้เฉา ๆ ตายคากระถาง คงไม่บันเทิงใจเท่าไหร่นัก แต่ถ้าสวนอยู่ในจุดอื่น และเป็นสวนที่มีพื้นที่ใหญ่ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ก็ค่อย ๆ เก็บ ค่อย ๆ ทำไป อะไรไม่ใช้ ควรทิ้ง หรือถ้าอยากเก็บไว้ ก็ควรหยิบมาทำความสะอาจให้ดูดีขึ้น ก็ช่วยได้เหมือนกัน   3. ห้องนั่งเล่น ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่พื้นที่ที่เป็นหัวใจหลักของบ้าน และเป็นพื้นที่ที่อาจจะมีของเก็บสะสมมากที่สุดของตัวบ้าน โดยถ้าบ้านมีตู้โชว์ หรือตู้เก็บของที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว ให้รื้อ ๆ ค้น ๆ ดูสักหน่อย นำมาทำความสะอาดให้น่าดู อะไรที่ไม่ใช้แล้วก็ควรคัดเลือกไปบริจาค หรือนำทิ้งไป แต่ถ้าไม่ได้มีตู้เก็บของ แล้วใช้วิธีวาง ๆ สุ่ม ๆ ไว้ตามมุมต่าง ๆ อันนี้ควรนำมาจัดให้เข้าที่เข้าทาง หาซื้อตู้เก็บของเล็ก ๆ มาเก็บให้เป็นระเบียบ พื้นที่ส่วนนี้ของเราก็จะดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ     สำหรับคอนโดมิเนียมเอง จุดนี้ก็เป็นจุดที่หลายคนเก็บของไว้เยอะเหมือนกัน บางคนทำตู้บิลท์อินไว้ตั้งแต่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ของก็อัดเต็มตู้เลย ได้ฤกษ์ต้องมารื้อกันแล้ว อะไรไม่ใช้ อะไรจะบริจาค จัดเลย   4. ห้องเก็บของใต้บันได จุดนี้บางบ้านก็มี บางบ้านก็ไม่มี ซึ่งบ้านที่มี ถือว่ามุมนี้เป็นจุดอับที่สุด และส่วนใหญ่จะใช้เก็บของโน่นนี่ จนบางทีลืมไปแล้วว่า เก็บอะไร ลองไปค้นดูหน่อย เพราะมุมอับต่าง ๆ อาจเป็นที่ซ่อนตัวของสัตว์ร้าย หรือหนู แมลงสาบได้ เพื่อสุขอนามัยภายในบ้าน จึงไม่ควรละเลยมุมนี้ 5. ห้องครัว จะว่าไป มุมครัว เหมือนไม่มีอะไร แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็เป็นอีกมุมในการเก็บสมบัติของใครหลายคนเช่นกัน โดยเฉพาะของที่เกี่ยวกับเครื่องครัว ถ้วยโถโอชาม หม้อไหนานาชนิด รวมถึง เครื่องปรุง สมุนไพรต่าง ๆ ที่อาจจะซื้อมาไว้นาน ควรใช้ฤกษ์ปีใหม่ในการรื้อ เครื่องปรุงหลายชนิด ซื้อมาไว้นาน แม้จะเหลือเยอะ แต่ให้ดูวันหมดอายุ ดูลักษณะของมันสักนิด ถ้าเห็นถ้าไม่ดี ควรทิ้งดีกว่าเก็บ เพราะถ้าใช้แล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพจะไม่คุ้มกัน  มุมนี้เป็นมุมที่จะมีเศษอาหารตกหล่นเยอะ เป็นมุมที่ดึงดูดหนู มด แมลงวัน แมลงสาบมากที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารของบรรดาสัตว์เหล่านี้ ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทิ้งของไม่ใช้แล้ว ของหมดอายุไป แล้วมุมนี้อาจจะกลายเป็นมุมที่สร้างเชฟคนใหม่ของบ้านเลยทีเดียวก็ได้   6. ห้องน้ำ ห้องน้ำก็จะคล้ายกับห้องครัว ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีอะไรเหมือนกัน แต่อาจจะน้อยกว่าหน่อย โดยควรสำรวจของทั้งหมดในห้องน้ำ ประตูห้องน้ำยังดีอยู่มั้ย ต้องเปลี่ยนหรือเปล่า พื้นที่ห้องน้ำถึงเวลาต้องขัด ต้องทำความสะอาดกันยกใหญ่แล้วหรือยัง กระจกในห้องน้ำ ยังส่อง ยังใช้งานได้หรือ ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ ดูเก่า ๆ จะเปลี่ยนใหม่หรือไม่ ถ้าไม่เปลี่ยนก็ควรทำความสะอาด       และเหมือนกับห้องครัว ควรสำรวจว่า อุปกรณ์ไหนในห้องนี้ สบู่เหลว ที่ขัดตัว ยาสระผม ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีอะไรที่ซื้อมานานแล้ว ถึงควรแก่เวลาที่จะทิ้งไปได้แล้วหรือไม่ อะไรควรทิ้ง ก็ต้องทิ้งไป เพราะเมื่อถึงอายุของมันที่ไม่ควรใช้งานแล้ว ฝืนใช้ไป อาจมีผลกับผิวหนังของเราได้ ถึงเวลานั้น ต้องมาเสียค่ารักษาอีก ไม่คุ้มอีกเหมือนกัน 7. ห้องนอน ห้องนี้ก็พีคพอ ๆ กับห้องนั่งเล่น เพราะห้องนอน ห้องส่วนตัวของใครของมัน มักจะเป็นที่เก็บของขนาดใหญ่ ตู้ที่มีเก็บของจนล้นแล้ว มีของสุ่มทุกมุมของห้องหรือไม่ ตุ๊กตาเต็มเตียง อุปกรณ์แต่งหน้าเต็มโต๊ะเครื่องแป้ง อะไรไม่จำเป็นควรขจัดออกเช่นกัน เพราะถ้าเรายังเก็บไว้ นอกจากจะทำให้ห้องรกแล้ว ในอนาคตเราอาจจะต้องเสียเงินซื้อตู้ใหม่ หรือโต๊ะเครื่องแป้งใหม่ เพื่อมาไว้ของเพิ่มก็เป็นได้ แล้วห้องที่เคยดูโล่ง ๆ ก็จะแคบไปถนัดตา     การทำห้องนอนให้โปร่ง โล่งมีความสำคัญกว่าห้องอื่น ๆ พอสมควร เพราะเราใช้เวลาในการนอนกับห้องนี้ ถ้าห้องไม่สะอาด เราอาจจะเผลอสูญเอาสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกายในระหว่างนอนอย่างไม่รู้ตัว ส่งผลให้กลายเป็นโรคภูมิได้ง่าย ยิ่งถ้าเป็นห้องนอนที่มีบุตรหลานเล็กแล้ว ไม่ควรละเลย หรือจะเป็นคนโต ๆ อย่างเรา ๆ ก็ไม่ควรมองข้าม     ช่วงปีใหม่แบบนี้อย่าลืมจัดห้องนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ยเพื่อเสริมดวงให้ชีวิตรุ่งรับปีจอ       และนอกจากพื้นที่สำคัญ 7 จุดในบ้านแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คอุปกรณ์ทุกอย่างภายในบ้านด้วย เช่น ปลั๊กไฟฟ้า ก๊อกน้ำ ท่อน้ำทิ้ง สัญญาณเตือนไฟ เครื่องปรับอากาศ เครื่องปั๊มน้ำ โดยเฉพาะฟืนไฟต่าง ๆ ควรตรวจดูให้ดี เพราะอาจเกิดเหตุไฟลัดวงจร เหตุไฟไหม้ได้ โดยถ้าเราเลือกใช้ช่วงต้นปี ช่วงปีใหม่เป็นเวลาเริ่มต้นในการตรวจเช็ค จะทำให้เราจำได้ง่ายว่า อุปกรณ์เหล่านี้เราตรวจไปช่วงไหน ถึงเวลาจะต้องตรวจใหม่แล้วหรือยัง     รวมถึงอุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่ใครหลายคนซื้อมา แต่ไม่ค่อยได้ใช้ (หลายบ้านเอาไปใช้ตากผ้าแทนก็มี) ก็นำมาตรวจสอบดูสักนิดว่ายังใช้ได้หรือไม่ และถือโอกาสปีใหม่นี้ นำอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาใช้ เพื่อสุขภาพของตัวเอง และใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์ด้วย     ไหน ๆ ก็ยกเครื่องบ้านครั้งใหญ่ ดังนั้น ปีใหม่นี้ เวลาจะซื้ออะไรใหม่ ๆ เข้าบ้าน ก็ต้องเริ่มคิดกันใหม่แล้วว่า จำเป็นหรือไม่ ได้ใช้จริงหรือเปล่า แต่ถ้าใครอยากเล่นใหญ่ ชนิดที่ว่าคิดจะตกแต่งบ้านครั้งใหญ่ จริง ๆ แล้วก็มีการกู้เพื่อตกแต่งบ้านที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินก้อนโตทีเดียว ที่มา : ddproperty ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Jan 2018
LAVIQ Construction Progress
1.  งานเทคอนกรีต Footing (ตัวอาคาร)            100% 2.  งานเทคอนกรีต บ่อน้ำใต้ดิน (ตัวอาคาร)      100% 3.  งานเทคอนกรีต ผนังลิฟต์ (ตัวอาคาร)          อยู่ระหว่างดำเนินการ    4.  งานเทคอนกรีต ผนังบ่อ Waste (ภายนอก)   100% 5.  งานเสาชั้น 1                                                 อยู่ระหว่างดำเนินการ (12 %) 6.  งานคานชั้น 1                                                อยู่ระหว่างดำเนินการ (74 %) 7.  งานพื้นชั้น 1                                                  อยู่ระหว่างดำเนินการ (23 %) 8.  งานติดตั้ง Tower Crane                                100% 9. ทำความสะอาดภายในซอย สุขุมวิท 57          เป็นประจำทุกสัปดาห์ให้กับชุมชนและบ้านข้างเคียง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Dec 2017
เลือกห้องคอนโด ฮวงจุ้ยมงคล แนะวิธีเลือกห้องฮวงจุ้ยดี เสริมดวงชะตา
    เพราะการปรับแต่งสภาพแวดล้อมของคอนโดมิเนียมให้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยนั้นเป็นไปได้ยากกว่าบ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮม การเลือกห้องให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราเลยนำเทคนิคการเลือกคอนโดฯ ด้วยหลักฮวงจุ้ยมาฝากกันค่ะ   ห้องที่เลือกต้องรับกระแสพลังจากภายนอกโครงการได้     การเลือกห้องในคอนโดที่มองเห็น หรือสัมผัสกระแสพลังจากภายนอกได้ดี ก็มีโอกาสจะเป็นห้องที่มีฮวงจุ้ยที่ดี ยิ่งหากเป็นห้องที่มองเห็นแนวเทือกเขา หรือแนวแม่น้ำได้ชัดเจน จะถือว่าเป็นมงคล เพราะทั้งสองสิ่งส่งพลังหล่อเลี้ยงเมืองและพื้นที่ตลอดมา และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากเป็นยูนิตที่สามารถมองเห็น หรือเชื่อมต่อจากแนวถนนหลักของเมือง   ห้องที่เลือกควรรับกระแสพลังภายในโครงการได้     หากโครงการอยู่ติดกับแนวถนนเส้นสำคัญที่มีการจราจรพลุกพล่าน ถือว่าเป็นลักษณะของฮวงจุ้ยที่ดีนะคะ อาจสร้างความรบกวนทางด้านเสียงอยู่บ้าง แต่สามารถชดเชยด้วยการเลือกห้องที่รับกระแสพลังภายในโครงการได้ เช่น ห้องที่มองเห็นสระว่ายน้ำ สวน หรือทางเข้าโครงการได้ชัดเจน หรือใช้การเลือกตำแหน่งห้องภายในชั้น หากอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่โถงลิฟต์ ก็ถือว่าสามารถรับกระแสพลังภายในได้ หากคอนโดออกแบบให้โถงลิฟต์มีขนาดใหญ่โอ่โถง หรือมีพื้นที่ส่วนกลางของชั้นที่โอ่โถง เช่น ทางเดินที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับภายนอกอาคาร หรือไม่ไกลสวนส่วนกลางของชั้น ก็ถือว่าห้องดังกล่าวมีลักษณะที่ดีเช่นเดียวกัน   หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมลดคุณภาพของกระแสพลัง     การอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล หรือวัดที่มีเมรุใช้งานจริง ถือว่าเป็นห้องที่มีพลังหยินจากคนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตมากเกินไป ซึ่งไม่เป็นมงคล หากต้องอยู่อาศัยในคอนโดลักษณะดังกล่าว ควรเลือกห้องฝั่งที่อยู่ไกลจากโรงพยาบาลหรือวัดให้มากที่สุด นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ใกล้กับเซลล์ไซต์ (Cell Site) หรือเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ห้องที่อยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูง ตลอดจนห้องที่อยู่ใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้าภายในโครงการ   การออกแบบภายในห้องต้องลงตัว     แม้ว่าห้องคอนโดมิเนียมในสมัยนี้จะมีขนาดเล็กลงทุกที แต่การเลือกแปลนห้องที่ดูแล้วโปร่ง โล่ง มีฟังก์ชั่นประโยชน์ใช้สอยที่ต้องการครบครันและใช้ได้จริงก็เป็นสิ่งสำคัญ การเดิน ลุก นั่ง ภายในห้องต้องไม่ติดขัด เพื่อให้การไหลเวียนของกระแสพลังภายในห้องเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะห้องนอน ต้องช่วยสร้างคุณภาพการนอนที่ดี หัวนอนต้องมีสภาพนิ่ง ไม่ชนหน้าต่างขนาดใหญ่ หันหลังให้ประตู มีเครื่องปรับอากาศกดที่ศีรษะ ห้องที่ออกแบบหัวนอนให้ชนกับห้องน้ำถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ดี จะรบกวนการนอน หรือในบางห้องที่มีการออกแบบหัวนอนให้ตรงกับผนังห้องอื่นที่ติดโทรทัศน์หรือเตาไฟ อ่างล้างจาน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ก็ถือว่าไม่ดี จะบั่นทอนคุณภาพในการนอนค่ะ     หวังว่าจะสามารถช่วยคุณในขั้นตอนการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอให้ทุกคนได้คอนโดที่โดนใจ และส่งเสริมให้มีโชคลาภและความสุขค่ะ ที่มา : baania.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Dec 2017
เงินดาวน์คอนโด เงินบอลลูน สิ่งนี้ที่ผู้กู้ซื้อคอนโดควรรู้
    ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียมของประเทศไทยเติบโตในวงกว้าง ณ ขณะนี้ปี 2560 ถึง 2561 ได้มีการพัฒนาและเติบโต ในสิ่งต่าง ๆ ทั้งภาษีสิ่งปลูกสร้างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงก็ดี พ.ร.บ.ควบคุมอาคารก็ดี ทำให้เราต้องเร่งศึกษาข้อมูลรอบด้าน     และยิ่งหากคุณเป็นนักลงทุนแล้ว ควรต้องศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มของทางด้านอสังหาฯ และกลุ่มลูกค้า ดังนั้นแล้วหากผู้ที่เริ่มเป็นนักลงทุนหรือกำลังเพ่งเล็งหาซื้อคอนโดอยู่ ควรทำความรู้จักกับการซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้องว่าทำอย่างไร มีลำดับขั้นตอนแบบไหน ดังนั้นแล้วในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไป รู้จักกับเงินดาวน์คอนโดและสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ เกี่ยวกับเงินดาวน์คอนโด   มาทำความรู้จักกับเงินดาวน์ และ เงินดาวน์คอนโด      เงินดาวน์ คือ เงินก้อนแรกที่ผู้ซื้อต้องชำระในการซื้อสินค้าเงินผ่อนโดยส่วนที่เหลือจะผ่อนส่งเป็นงวดงวด ไปจนครบตามสัญญานั่นเอง     เงินดาวน์คอนโด คือ เงินที่จ่ายในการซื้อคอนโดส่วนหนึ่งก่อนที่จะกู้สินเชื่อซื้อคอนโดกับธนาคาร ได้แก่ เงินดาวน์ก่อนที่คอนโดจะเสร็จ และ เงินดาวน์เมื่อคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่   งวดบอลลูน คือ อะไร สำคัญอย่างไร     งวดบอลลูน คือ งวดสำหรับการจ่ายเงินจำนวนมาก อาจจะจ่ายเยอะกว่างวดดาวน์ปกติ 2 ถึง 3 เท่า และไม่ค่อยเกินกำลังความสามารถของคนที่ซื้อคอนโดในแต่ละแบบ ซึ่งค่างวดบอลลูนก็แตกต่างกับค่างวดดาวน์แบบปกติพอสมควร ดังนั้นแล้วต้องคิดหรือศึกษาให้ดีก่อน   ผ่อนเงินดาวน์คอนโด จ่ายเท่าไร     ในการผ่อนดาวน์คอนโดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 5 - 10% ของราคาโครงการ หากคอนโดราคา 3 ล้านก็จะผ่อนไม่เกิน 3 แสนบาท ซึ่งในปัจจุบันโครงการต่าง ๆ มักจะเก็บไม่ถึง 10% หรือแทบจะเก็บน้อยมากเพื่อจูงใจลูกค้า เพราะถ้าเก็บเงินผ่อนดาวน์แพงเกินไปจะส่งผลให้ลูกค้าขาดสภาพคล่องทางการเงิน และคอนโดอาจขายยากในที่สุด   ระยะเวลาในการผ่อนดาวน์คอนโด      ระยะเวลาของการผ่อนดาวน์คอนโดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ คอนโดแบบ Low Rise ดาวน์ประมาณ 12 งวด (1 ปี) ส่วน High Rise 24 เดือน (2 ปี) แต่ ณ ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีและการบริหารงานก่อสร้างก้าวหน้าขึ้นมาก จึงทำให้หลายโครงการก่อสร้างเสร็จก่อนกำหนด แต่อย่างไรก็ตามสัญญาก็ย่อมเป็นสัญญา การโอนก็ต้องเป็นไปตามกำหนดที่ตกลง ยอดเงินดาวน์ก็เป็นไปตามที่ตกลง ผู้ซื้อสามารถที่จะเลือกรวบตึงจ่ายไปเลย หรือทยอยดาวน์ไปจนถึงวันกำหนดโอนก็ได้   ผ่อนเงินดาวน์คอนโด ผ่อนอย่างไร และอยู่ในขั้นตอนไหน     ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนซื้อจนคอนโดจนไปถึงการผ่อนดาวน์คอนโด สามารถแบ่งได้ 4 ขั้นตอนดังนี้ 1. การเลือกหาคอนโดที่ถูกใจ โดยศึกษาหาข้อมูลโครงการจากหลายๆด้านทั้งความน่าเชื่อถือ ทำเลเป็นส่วนประกอบ ความสวยงามและข้อมูลของส่วนกลาง เป็นต้น 2. การจองคอนโด เมื่อเราได้คอนโดที่ถูกใจแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่จองก็จะเป็นเกี่ยวกับด้านการต่อรองราคาของแถม ข้อเสนอต่างๆ ส่วนลดสิทธิพิเศษ แล้วแต่โครงการ (ในข้อดีต้องตรวจสอบให้ดีเพราะจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการจริงจังแล้ว) 3. การตกลงรายละเอียดทั้งด้านการกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน สอบถามเรื่องเงินดาวน์ต่างๆว่าจ่ายกี่งวด นัดวันโอน และรายละเอียดต่างๆที่จำเป็น ตกลงกับธนาคาร เตรียมพร้อมเอกสารต่างๆ ยื่นกู้สินเชื่อ    4.  การผ่อนดาวน์คอนโด เมื่อผ่าน 3 ขั้นตอนข้างต้นมาแล้วมาถึงข้อนี้ จะเป็นการผ่อนดาวน์ ก็ให้ท่านเตรียมตัวในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเอกสารเพื่อกู้ และปัจจัยอื่น ๆ   หากจ่ายเงินดาวน์คอนโดไปแล้ว แต่สุดท้ายกู้ไม่ผ่านเราควรทำอย่างไร     ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่หลายคนเจอปัญหาและสอบถามเข้ามาเยอะ ดังนั้นแล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าหากดาวน์คอนโดไปแล้วกู้ธนาคารไม่ผ่าน - ให้ทำการเจรจากับเจ้าของโครงการก่อน ว่าจะมีเงื่อนไขพิเศษเตรียมให้ไว้ทางลูกค้าหรือไม่ หากมีเงื่อนไขหรือช่องทางที่สามารถแก้ปัญหาได้เราก็ลองประนีประนอม และ พยายามแก้ปัญหาต่อไป - ยื่นกู้กับธนาคารเพิ่ม เมื่อเราคิดจะซื้อและผ่อนดาวน์ไปบางส่วนแล้วดังนั้นเราต้องทำการขอสินเชื่อกับธนาคารอื่นอื่นๆ หรือ กูดูอีกรอบ เพื่อที่จะปรึกษากับธนาคาร และพิจารณา สินเชื่อเพิ่มเติม ว่าทำไมเราไม่ผ่าน หรือมีประวัติที่ไม่ดี ดังนั้นแล้ว ข้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถผ่อนดาวน์คอนโดต่อไปได้ - เปลี่ยนห้องใหม่ ถ้าหากเราไม่สามารถกู้ห้องเดิมได้ ดังนั้นแล้วเราลองดูคอนโดที่มีราคาถูกกว่า เพื่อที่สามารถ กู้ผ่านหรือมีวงเงินสินเชื่อที่ครอบคลุมราคาห้องของเรา ขายดาวน์ หากทำทุกทางแล้วไม่สามารถกู้ผ่าน - ประกาศขายดาวน์คอนโด วิธีนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากทำหลายทางแล้วยังไม่สำเร็จ อย่างน้อยที่สุดเรายังสามารถได้รับเงินของเราคืน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีกว่าโดนยึดเงินดาวน์ไปเลย     "ทั้งนี้หากจ่ายเงินดาวน์คอนโดไปแล้ว แต่กู้คอนโดไม่ผ่าน สามารถขอเงินดาวน์คืนได้แม้ว่าสัญญาจะเขียนเอาไว้ว่าให้โครงการสามารถยึดเงินดาวน์ได้" ที่มา : estopolis.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
ORGANIC MARKETS IN THE CITY
    ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพและการบริโภคแบบปลอดสารพิษเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง ไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงง่าย ๆ ไลฟ์สไตล์ของคนเก๋ ๆ สมัยนี้ จึงประกอบด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เราก็เลยชี้เป้าแหล่งช็อปสินค้าและอาหารออร์แกนิคมาฝากกันค่ะ       Bangkok Farmers’ Market  - สำหรับใครที่เป็นแฟนข้าวของออร์แกนิคแบบฮาร์ดคอร์ ขอแนะนำว่า คุณต้องติดตามข่าวกิจกรรมของทีมผู้จัดกิจกรรมตลาดนัดออร์แกนิคชื่อดัง อย่าง Bangkok Farmers’ Market เพราะเขาจะเป็นเครือข่ายของเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิคจากที่ต่าง ๆ ที่มารวมตัวกันในรูปแบบตลาดนัดสัญจร ซึ่งจะมีการจัดงานขายหมุนเวียนไปตามแหล่งต่าง ๆ โดยในแต่ละนัดเขาจะมีประกาศเอาไว้ล่วงหน้า ให้ทั้งผู้ขายที่สนใจมาร่วมจองพื้นที่ และประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบ ผ่านทางเว็บไซต์ www.bkkfm.org โดยพื้นที่ในการเปิดตลาดนัดก็อยู่ในทำเลเมือง เดินทางสะดวกสบาย เช่น       • BKKFM @Pure Place      ที่อยู่ : 86 ซอย รามคำแหง 110 รามคำแหง สะพานสูง แขวง สะพานสูง เขต สะพานสูง     www. pureplace.co.th         • BKKFM @ HABITO     ที่อยู่ : 45/19 ถนน สุขุมวิท 77     www.facebook.com/habitomall         • BKKFM @ GATEWAY EKAMAI     ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย 982/22 ถนนสุขุมวิท พระโขนง     www.facebook.com/gatewayekamai         • BKKFM @ K VILLAGE     ที่อยู่ : สุขุมวิท 26 คลองเตย     www.kvillagebangkok.com         Patom’s monthly Organic Farmers’ Market – เป็นแหล่งช็อปสุดเก๋สำหรับคนรักไลฟ์สไตล์ออร์แกนิคที่บรรยากาศดีเยี่ยมในย่านทองหล่อ ด้วยสินค้าแนวธรรมชาติล้วน ๆ ของแหล่งผลิตที่ไว้ใจได้จากนครปฐม จากสามพรานโมเดลด้่านการส่งเสริมฟาร์มออร์แกนิค แห่งสามพรานริเวอร์ไซด์ สู่การสร้างแบรนด์สินค้าออร์แกนิค 'Patom' หรือ 'ปฐม' ที่กำลังประกาศตัวเป็นชุมชนออร์แกนิคที่โดดเด่นในทำเลทองใจกลางกรุง ตลาดนัดที่นี่เขาจะเปิดขายกันเดือนละครั้ง โดยมีเครือข่ายพันธมิตรมาร่วมออกร้านและทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ในวันทั่วไปที่ร้านปฐมก็มีเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจำหน่ายตลอด ใครชอบก็แวะไปได้ ที่อยู่ : 9/2 ซอย สุขุมวิท 49/6 คลองตันเหนือ เว็บไซต์ : www.facebook.com/patom.organics         The 66 Cottage – อีกหนึ่งทำเลตลาดนัดออร์แกนิคสวย ๆ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 66 ติดสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข นอกจากจะเป็นที่ตั้งของสวนสุดสวยและร้านกาแฟแล้ว ในวันสุดสัปดาห์ยังเปิดเป็นพื้นที่กิจกรรมและตลาดนัด มีสินค้าออร์แกนิค อาหาร พืชผลทางการเกษตรมากมายขายกันในบรรยากาศดี ๆ หรือถ้าใครไปวันธรรมดาเขาก็มีร้านสินค้าเพื่อสุขภาพ Munch Box เปิดขายของที่น่าสนใจทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์เป็นวันหยุด ที่อยู่ : ซอยสุขุมวิท 66  เว็บไซต์ : www.facebook.com/The66Cottage/     ตลาดนัดทุกทำเลที่แนะนำมานี้ ล้วนแต่อยู่ในย่านที่สะดวกต่อการเดินทาง และใกล้ ๆ กับโครงการคุณภาพของ Real Asset ทั้งนั้น ใครอยู่ใกล้ที่ไหน แวะไปที่นั่นได้เลยค่ะ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
CREATIVE IDEA FOR WALLPAPER
    การติดวอลเปเปอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบรรยากาศสำหรับงานตกแต่งภายใน การเลือกวอลเปเปอร์นั้นเป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของงานออกแบบโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยนอกจากจะเป็นเสมือนฉากให้กับองค์ประกอบหลักหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นจุดเด่นในห้องแล้ว ตัววอลเปเปอร์ยังสามารถเป็นจุดเด่นของพื้นที่ได้ ด้วยไอเดียเก๋ ๆ ดังนี้       ลวดลายวัสดุ – การตกแต่งผนังด้วยวัสดุธรรมชาติบางอย่างอาจมีราคาสูง และมีค่าดูแลรักษามากมาย สามารถใช้การติดวอลเปเปอร์ที่เป็นลวดลายผิวสัมผัสของวัสดุเหล่านั้นมาแทนได้ เช่น ลายไม้ ลายอิฐ ลายหิน       ภาพทิวทัศน์ – ในพื้นที่ห้องซึ่งมีช่องเปิดน้อย ค่อนข้างทึบ สามารถใช้วอลเปเปอร์ที่ได้จากการพิมพ์ภาพทิวทัศน์มาติดลงไป เพื่อจำลองบรรยากาศเสมือนมีช่องเปิดหรือหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นธรรมชาติสวยสบายตา สามารถเปลี่ยนวิวได้ตามชอบใจเมื่อรู้สึกเบื่อ       จิตรกรรมฝาผนัง – คุณสามารถชื่นชมงานจิตรกรรมฝาผนังได้ทุกรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องจ้างจิตรกรเอกมาวาดภาพระบายสีลงไปบนผนังบ้านของคุณ ซึ่งมีต้นทุนมหาศาล เพียงเลือกภาพจิตรกรรมที่คุณชอบแล้วพิมพ์ลายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ลงไปก็จะได้เป็นวอลเปเปอร์ลวดลายจิตรกรรมดุจเดียวกับคฤหาสน์ วังเก่า หรือสถานที่หรู ๆ ในประวัติศาสตร์       ภาพศิลปะ – คนรักศิลปะสามารถเลือกภาพงานศิลปะชิ้นโปรด หรือแม้แต่ภาพผลงานศิลปะที่คุณหรือคนในครอบครัวสร้างขึ้นมาเอง แล้วนำมาพิมพ์ลายเป็นวอลเปเปอร์ติดฝาบ้าน ให้ได้ชื่นชมกันเต็มอิ่ม และยังได้เป็นพื้นที่อวดฝีมือของคุณให้ผู้มาเยือนอีกด้วย       ภาพจากจินตนาการ – คุณอาจมีภาพบรรยากาศจากสถานที่ในจินตนาการหรือนิยายเรื่องโปรด หรือภาพแฟนตาซีจากอวกาศที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ภาพเหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นวอลเปเปอร์ ที่สร้างบรรยากาศตื่นเต้นสนุกสนานให้กับบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม       ภาพบุคคล – ไม่ว่าจะเป็นภาพตัวคุณเอง ภาพครอบครัว ภาพคนที่คุณรัก หรือเซเลบริตี้คนโปรด สามารถนำมาชื่นชมได้ทุกวันบนผนังบ้าน ด้วยการนำภาพสวย ๆ ของบุคคลเหล่านั้นมาพิมพ์เป็นวอลเปเปอร์ขนาดใหญ่เท่าตัวจริง ดูแล้วสะใจ       ภาพแผนที่ – หนึ่งในลวดลายพิมพ์บนวอลเปเปอร์ที่แสนจะเท่และคลาสสิกก็คือภาพแผนที่แบบวินเทจ แนวที่พวกนักเดินเรือหรือนักโบราณคดีชอบใช้ ภาพแผนที่ไม่เพียงจะดูสวยมีรสนิยม แต่ยังเป็นข้อมูลที่คุณสามารถใช้ศึกษาข้อมูลได้อย่างเต็มพิกัดบนผนังบ้านของคุณเอง       ลวดลายกราฟิก – ภาพลวดลายกราฟิกหรือภาพแนวแอบแสตร็กเป็นลวดลายที่ส่งเสริมจินตนาการ มองได้นาน ๆ ไม่เบื่อ แต่พึงระวังอย่าให้ลายตาหรือดูเลอะเทอะจนน่าเวียนหัว วอลเปเปอร์แนวนี้เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น       ข้อความ – สารพัดคำคม จะเป็นประโยคเดี่ยว ๆ วลีโปรด หรือยกบทความมาทั้งหน้ากระดาษ จากหนังสือเล่มที่คุณชอบ หรือวรรคทองของคนสำคัญในประวัติศาสตร์ หากเลือกเฟ้นมาเขียนหรือพิมพ์ตัวตัวอักษรที่สวยงาม แล้วพิมพ์ลายวอลเปเปอร์ติดบนผนังสีพื้น ก็ทำให้ห้องของคุณดูเก๋ขึ้นมาอย่างมีสาระ       ลวดลายแบบวินเทจ – คนรักความหรูหราในแบบวินเทจ หรือคลาสสิกโบราณ แต่ไม่อยากลงทุนด้วยการสรรหาวอลเปเปอร์ราคาแพงจากต่างประเทศ สามารถเลือกแพทเทิร์นลวดลายวินเทจที่ชอบจากหนังสือหรือจากอินเตอร์เน็ตมาพิมพ์เป็นวอลเปเปอร์ได้สวยไม่แพ้กัน โดยเคล็ดลับคือต้องเลือกเครื่องเรือนให้แมทช์กันด้วย หรูทันตาเห็นในราคาสบาย ๆ     ด้วยไอเดียสนุก ๆ ทำง่าย ในราคาที่ไม่โหด กับการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีชีวิตชีวาแบบใหม่ ๆ ได้ด้วยวอลเปเปอร์ที่เรานำมาฝากกันนี้ คงจะทำให้คุณได้ความสุขกับบ้านสวย ในสไตล์ที่คุณใฝ่ฝันได้อย่างเต็มอิ่ม ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
HOW TO CHOOSE YOUR INTERIOR DESIGNER
    บรรยากาศการตกแต่งภายในเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ พระเอกหรือนางเอกของงานนี้ก็คือมัณฑนากรมืออาชีพ คำถามคือจะเลือกมัณฑนากรอย่างไรให้ได้ตรงใจ และมีรายละเอียดในการทำงานร่วมกันอย่างไรให้ลงตัว ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีข้อพิจารณาที่เจ้าของบ้านควรทราบ เพื่อให้ได้งานตกแต่งภายในที่มีคุณภาพถูกใจและสมราคา ดังนี้       เราจะหามัณฑนากรได้ที่ไหน/อย่างไร – เนื่องจากวิชาชีพควบคุมหลายสาขานั้นมีกฎห้ามโฆษณา และวิชาชีพนักออกแบบตกแต่งภายในและสถาปนิกก็อยู่ภายใต้กฎนั้น การหารายชื่อหรือข้อมูลมัณฑนากรจากการโฆษณาจึงเป็นเรื่องยาก โดยทั่วไปจะเป็นการ ‘บอกต่อ’ หรือ ‘ติดตามจากผลงาน’ คือเจ้าของบ้านอาจค้นหาแบบบ้านที่ชอบจากนิตยสารตกแต่งหรือจากการไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ และติดใจดีไซน์ ก็ถามหาข้อมูลผู้ออกแบบเอาจากแหล่งนั้น ๆ อย่างเช่นในนิตยสารบ้าน นอกจากมีรูปบ้านสวย ๆ ก็จะมีชื่อผู้ออกแบบระบุไว้ ชอบแบบไหน ก็ติดต่อไป นอกจากนี้จะมีมัณฑนากรอีกประเภทหนึ่งที่พ่วงมากับบริษัทรับเหมาตกแต่งบ้าน ซึ่งไม่มีข้อห้ามสำหรับผู้รับเหมาในการโฆษณา เราจึงสามารถเลือกจากข้อมูลประชาสัมพันธ์ของบริษัทรับเหมาและจ้างมัณฑนากรของบริษัทนั้น ๆ เป็นผู้ออกแบบให้ก็ได้       เราจะเลือกมัณฑนากรอย่างไร – งานตกแต่งภายในสำหรับบ้าน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความพึงพอใจและความสุขของผู้อยู่อาศัย การเลือกจึงมีสองรูปแบบ คือ แบบแรก เปรียบได้กับเสื้อผ้ากึ่งสำเร็จรูป หมายถึงเรามีแบบที่ชอบในใจอยู่แล้ว แค่หาคนที่ทำตามแบบนี้ได้มาช่วยทำให้เป็นจริง ซึ่งต้องดูจากพอร์ตฟอลิโอหรือสถานที่ซึ่งนักออกแบบที่เราติดต่อเอามานำเสนอว่าสไตล์ที่เขาเคยทำตรงกับความชอบเราหรือไม่ กับอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเปรียบได้กับเสื้อผ้าแบบโอตกูตูร์ ที่เป็นงานศิลปะของดีไซเนอร์ชั้นสูง โดยการเลือกจากบริษัทที่มีชื่อเสียง และให้เขาเป็นคนคิดวางแผนออกแบบหาสิ่งที่เราน่าจะชอบมานำเสนอ มัณฑนากรจะมีหน้าที่เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ และคิดแทนเจ้าของบ้าน ซึ่งมีหน้าที่แค่บอกว่า ชอบหรือไม่ชอบอะไร และจ่ายเงิน อาจจะแพงกว่าแบบแรก แต่ถ้าเลือกบริษัทที่ไว้ใจได้ก็จะลดภาระลูกค้าไปได้มาก       ข้อมูลที่ต้องเตรียมให้มัณฑนากร – ในการทำงานร่วมกับนักออกแบบภายใน เจ้าของบ้านต้องเตรียมข้อมูลความต้องการทั้งด้านการใช้สอย ข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมความชอบเอาไว้เป็นโจทย์ในการออกแบบ มีภาพตัวอย่างประกอบด้วยยิ่งดี เพื่อเป็นเป้าหมายพื้นฐานในการทำงานสำหรับมัณฑนากร ถ้างบประมาณไม่จำกัด เมื่อมัฑณากรออกแบบมาแล้วก็นำแบบนั้นมาประเมิณราคาสำหรับการก่อสร้าง แต่ถ้ามีงบประมาณจำกัด ก็ต้องแจ้งให้มัณฑนากรทราบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ราคาเป็นหนึ่งในโจทย์หรือกรอบของการออกแบบด้วย ไม่ให้งบบานปลาย       ค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างมัณฑนากร – โดยทั่วไปจะมีการคิดค่าใช้จ่าย 3 รูปแบบ แบบแรกคือ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างและงานตกแต่งภายใน โดยมัณฑนากรแต่ละคนจะมีอัตราค่าบริการตามชื่อเสียงและฝีมือ นอกเหนือไปจากเกณฑ์มาตรฐานของสมาคมวิชาชีพ กับอีกแบบหนึ่งคือคิดค่าออกแบบในลักษณะเหมาจ่าย คือลูกค้าและผู้ออกแบบตกลงว่าจ้างกันในวงเงินที่ทั้งสองฝ่ายพอใจและทำสัญญาจ้างทำแบบจบสิ้นเมื่อส่งแบบเสร็จ เจ้าของบ้านอนุมัติ ไม่ว่าจะนำแบบนั้นไปสร้างหรือไม่สร้าง และไม่ว่าค่าก่อสร้างตกแต่งจะเป็นเท่าไรก็ไม่เกี่ยวกับค่าออกแบบ ส่วนแบบที่สามคือ มัณฑนากรที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทรับเหมาตกแต่ง การว่าจ้างลักษณะนี้อาจเป็นได้ทั้งในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างตกแต่ง หรือทางบริษัทอาจคิดรวมกับค่าก่อสร้างเลยโดยบอกลูกค้าว่า ไม่คิดค่าออกแบบแยก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตกลงและความพึงพอใจว่าจะจ้างแบบไหน     ขั้นตอนของงานตกแต่งภายในอาจมีรายละเอียดและค่าใช้จ่ายมาก ถ้าออกมาแล้วพอใจก็ทำให้เจ้าของบ้านมีความสุข แต่หลายคนก็อาจมองว่า ขั้นตอนเหล่านี้เป็นภาระและสิ้นเปลือง การเลือกบ้านจัดสรรหรือคอนโดคุณภาพที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและประหยัดดี อีกทั้งได้เห็นผลงานสำเร็จก่อนซื้อ ซึ่งใครถนัดแบบไหนก็เลือกเอาตามที่ตัวเองชอบและตามงบประมาณที่มีได้เลย พูดง่าย ๆ ก็คือ... ‘เอาที่สบายใจ’ นั่นเอง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
LAVIQ Sukhumvit 57 ร่วมออกบูธในงาน Luxury Property Showcase 2017 @ Siam Paragon
"ลาวีค สุขุมวิท 57" คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ ใกล้บีทีเอสทองหล่อ ร่วมออกบูธมอบโปรโมชั่นพิเศษในงาน "Luxury Property Showcase 2017" โดยสำหรับลูกค้าที่ซื้อภายในงาน รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 23 ล้านบาท* ลูกค้าท่านใดที่สนใจ ลองแวะมาชม และสอบถามเพิ่มเติมกันได้ค่ะ ที่ Siam Paragon บริเวณ Fashion Hall ชั้น 1 หน้าร้าน Paul Smith สอบถามโทร. 1232 กด 11   ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
LOVELY DESSERT DESTINATIONS
    ขนมหวานแสนอร่อยเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นความสุขล้ำ ๆ ที่เปรียบเสมือนรางวัลให้กับวันดี ๆ ของชีวิต ช่วยเติมพลังให้คึกคักชุ่มฉ่ำใจได้ในยามอ่อนล้า อีกทั้งยังเป็นจุดนัดพบสังสรรค์อันรื่นรมย์ ใครที่รู้สึกว่าชีวิตกำลังขาดความหวาน ลืมเรื่องแคลอรีไปก่อน แล้วมาเติมความสุขด้วยเมนูขนมหวานสูตรต้นตำรับ ที่เรานำมาฝากกัน   SRI, THAI DELICATESSEN @ K Village     เมื่อพูดถึงร้านของหวาน คนทั่วไปมักนึกถึงเบเกอรี่หรือขนมฝรั่ง แต่ถ้าเป็นขนมหวานไทยที่นอกจากจะรสชาติไม่เป็นสองรองใครแล้วยังบริโภคได้อิมเมจเก๋มีระดับสุด ๆ ต้องร้าน ‘ศรี’ ร้านขนมไทยชั้นดีที่ K Village ซึ่งเป็นสูตรต้นตำรับที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของผู้ดีเก่าตระกูลบุนนาค แต่ละเมนูที่มีในร้านล้วนแต่ผ่านการสร้างสรรค์มาอย่างประณีต ทั้งรสชาติและหน้าตา ใครได้มาชิมจะอิ่มเอมใจ และภูมิใจในวัฒนธรรมอาหารไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก ที่ตั้ง : K Village สุขุมวิท 26 โทร : 096 - 9895569 เวลาเปิด : 8.00 - 20.00 น. เว็บไซต์ : www.facebook.com/Sribkkthailand   AUDREY CAFE DES FLEURS @ Emquartier 8th Fl.     เป็นแหล่งนัดพบสำหรับคนชอบความหวานที่นอกจากจะมีเบเกอรี่แสนอร่อย ยังเป็นร้านอาหารที่มีเมนูหลากหลายทั้งไทย และนานาชาติในรูปแบบ Cafe & Bistro  ตกแต่งสถานที่อย่างสวยละมุนละไมในบรรยากาศเฟรนซ์วินเทจ เป็นร้านที่ประสบความสำเร็จจนมีหลายสาขา สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศสบาย ๆ เป็นส่วนตัวแนะนำที่สาขาเอ็มควอเทียร์ชั้น 8 เหมาะสำหรับมา Afternoon Tea กับเพื่อนหรือคนรู้ใจเป็นที่สุด นอกจากขนมจะอร่อย ไม่แพงแล้ว ร้านยังตกแต่งสวย ถ่ายรูปออกมาสวยเชียวล่ะ ที่ตั้ง : ชั้น 8 ห้างเอ็มควอเทียร์ โทร : 089 - 0036244 เว็บไซต์ : www.facebook.com/Audrey.Cafe.Bistro/   กับข้าวกับปลา @ Market Place Thonglor     เหตุที่ร้านนี้ดังจริงอร่อยจริง เพราะมีเจ้าของร้านคนเก่งเป็นคนทำอาหารตัวจริง ที่ไม่ใช่แค่เป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร แต่ยังลงมือทำอาหาร ออกแบบรสชาติ และหน้าตาอาหารเก๋ ๆ สารพัดเมนูด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเมนูขนมหวานทั้งไทย นานาชาติ และฟิวชั่นที่มีรสชาติโดดเด่น รวมไปถึงไอศกรีมสไตล์โฮมเมดครีเอทีฟรสพิเศษต่าง ๆ ของ I-berry ที่หาชิมได้เฉพาะร้านนี้เท่านั้น บรรยากาศเป็นกันเอง นั่งได้นาน อร่อยได้ไม่จำกัด สาขาแรกอยู่ที่ทองหล่อ ที่ตั้ง : โครงการมาร์เก็ตเพลสทองหล่อ โทร : 02 - 3813274 เว็บไซต์ : www.facebook.com/pg/kubkaokubplabyiberry   COFFEE BEAN by DAO @ Ekamai 12     อีกหนึ่งร้านที่ตั้งใจแนะนำเพราะเป็นร้านอาหารสูตรโฮมเมดที่เจ้าของเป็นคนทำอาหารเองจริง ๆ รสชาติจึงแตกต่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และถึงรสชาติเต็มปากเต็มคำ ร้านนี้มีชื่อทั้งในเรื่องอาหารอร่อยและขนมหวานที่ยอดเยี่ยมมาก สาขาในซอยเอกมัยเป็นสาขาแรก ๆ ที่ถือว่าเป็นต้นตำรับ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักชิมสายขนมหวานว่า เมนูเบเกอรี่โดยเฉพาะชีสเค้กโฮมเมดต่าง ๆ ของคุณดาวนั้น อาจจะเป็นชื่อเมนูที่ดูเบสิก แต่ความอร่อยขั้นเทพ ปัจจุบันมีหลายสาขา แต่ถ้าใครชอบสถานที่เงียบ ๆ ควรมาที่สาขาเอกมัย ที่ตั้ง : 47 อาคาร คาซ่า วีว่า ซอยเจริญใจ (เอกมัย 12) สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ เขตวัฒนา โทร : 02 - 7132504 - 8 เว็บไซต์ : www.coffeebeans.co.th   มนต์ นมสด     ต้นตำรับความอร่อยสูตรดั้งเดิมที่ถือเป็นหนึ่งร้านของหวานในตำนาน จากร้านเล็ก ๆย่านเสาชิงช้ากลายเป็นร้านขนมปัง - นมสดที่มีหลายสาขา และมีลูกค้าอุดหนุนแน่นทุกแห่ง แต่ใครที่ชอบรสชาติและบรรยากาศแบบดั้งเดิมแท้ ๆ ต้องไปที่สาขาเสาชิงช้า เมนูเด่นตลอดกาลคือ ขนมปังหน้าต่าง ๆ ทั้งสังขยา โรยน้ำตาล ราดนม เนย ช็อกโกแลต แยม และอีกมากมายที่พัฒนาขึ้นมาให้ลูกค้าได้เลือกสรร กินกับนมสดร้อน เย็น หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ในราคาสบาย ๆ ได้ซึมซับบรรยากาศเก่า ๆ และรสชาติที่เป็นมิตรมายาวนาน ที่ตั้ง : เสาชิงช้า หน้าศาลาว่าการ ก.ท.ม. เวลาเปิด : 14.00 - 23.00 น. โทร : 02 - 2241147 เว็บไซต์ : www.mont-nomsod.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
หนี้ที่มีผลกับการกู้คอนโด และการกู้ให้ผ่านเมื่อมีหนี้
    ในกรณีของคนที่ฐานเงินเดือนไม่เยอะ แต่มีรายได้จากทางอื่น ๆ ที่ธนาคารไม่คิดให้เต็มนัก หรือไม่นำมาคิดเลย อย่างค่าคอมมิสชั่น การมีหนี้จะส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อซื้อคอนโดอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถกู้ซื้อคอนโดในราคาที่เต็มความสามารถในการผ่อนได้ "บางคน ฐานเงินเดือน 25,000 แต่มีรายได้ทางอื่นอีก 30,000 บาท ธนาคารไม่คิดรายได้ 30,000 บาทนั้นให้ เมื่อมีหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือน 10,000 บาท ก็กลายเป็นว่าธนาคารคิดรายได้ให้เพียง 15,000 บาท กู้คอนโดได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท"     การจะยื่นกู้สินเชื่อซื้อคอนโดให้ผ่าน นอกจากรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอสำหรับราคาคอนโดแล้ว สิ่งสำคัญคือเรื่องของภาระที่จะมีผลกับความสามารถในการผ่อนจ่ายในแต่ละงวด ซึ่งหากจะพูดถึงภาระแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นรื่องหนี้ และตัวหนี้เองก็มีอยู่หลายรูปแบบ ธนาคารเองก็มีวิธีการคิดที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่จะกลายเป็นอุปสรรคในการกู้สินเชื่อซื้อคอนโด ตัวไหนเป็นมาก ตัวไหนเป็นน้อย ตัวไหนไม่เป็นเลย และจะมีวิธีการจัดการกับหนี้เหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้สามารถกู้สินเชื่อผ่านได้   "หนี้ที่ธนาคารมองเห็น และมองไม่เห็น"     การที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้ ธนาคารจะต้องประเมินความเสี่ยงของผู้กู้ก่อน และอย่างแรกที่ต้องดูคือหนี้ที่ผู้ยื่นกู้มีอยู่ ซึ่งธนาคารจะไปยื่นขอข้อมูลการชำระหนี้ต่าง ๆ ของผู้กู้จากเครดิตบูโรเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากมีอะไรที่ไม่ได้ถูกบันทึกในเครดิตบูโร ธนาคารก็อาจจะมองไม่เห็น เราจึงสามารถแบ่งหนี้ได้เป็นสองแบบ คือแบบที่ธนาคารมองเห็น และแบบที่ธนาคารมองไม่เห็น A. หนี้ที่ธนาคารมองเห็น     หนี้ที่มองเห็นในที่นี้ได้แก่หนี้จากสถาบันการเงิน และสินเชื่อต่าง ๆ ที่มีการส่งข้อมูลเข้าบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด - National Credit Bureau (เครดิตบูโร)  หรือที่เราเรียกจนติดปากว่าเครดิตบูโร เมื่อเรายื่นกู้สินชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการทำบัตรเครดิต สินเชื่อต่าง ๆ ทั้งแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และแน่นอนสินเชื่อซื้อคอนโดและบ้าน  ธนาคารจะส่งเรื่องไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเพื่อขอดูข้อมูลบูโร เพื่อที่จะใช้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อ B. หนี้ที่ธนาคารมองไม่เห็น     จากที่เราทราบว่าธนาคารดูหนี้ และการชำระหนี้จากเครดิตบูโรเป็นหลัก ดังนั้นหนี้ที่ธนาคารมองไม่เห็น จึงเป็นหนี้ที่ไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร หนี้เหล่านี้ได้แก่หนี้นอกระบบ ทั้งแบบที่ดอกเบี้ยเกินที่กฏหมายกำหนด และแบบที่ดอกเบี้ยตามกฏหมายคือไม่เกิน 15% ต่อปี รวมถึงยังมีหนี้ค้าชำระสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์อีกด้วย แม้ว่าหนี้เหล่าที่จะเป็นหนี้ที่ธนาคารมองไม่เห็น ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่มันย่อมมีผลกับความสามารถในการชำระหนี้ของเราอย่างแน่นอน ในจุดนี้ผู้กู้ควรตรวจสอบตัวเองให้ดี ไม่ให้การกู้สินชื่อซื้อคอนโดกลายเป็นปัญหาหนี้สินที่ทับซ้อนกับหนี้เก่าที่มีอยู่   "หนี้ในระบบเป็นหนี้ที่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อซื้อคอนโด"     หนี้ในระบบจะเป็นหนี้ที่มีผลกับการพิจารณาปล่อยสินเชื่อซื้อคอนโด ซึ่งเราสามารถแบ่งหนี้เหล่านี้เป็น 2 ประเภท เพื่อให้เกิดความง่ายในการนำมาคำนวนวงเงินกู้ โดยจะแบ่งเป็น หนี้ที่มียอดชำระต่อเดือนคงที่ และหนี้ที่มียอดชำระต่อเดือนไม่คงที่ 1. หนี้ที่มียอดชำระต่อเดือนคงที่ กับการกู้สินเชื่อซื้อคอนโด     สำหรับหนี้ที่มีงวดชำระต่อเดือนคงที่ ได้แก่ สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่ออเนกประสงค์ รายการผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตต่าง ๆ โดยหนี้เหล่านี้จะมีงวดผ่อนที่ตายตัว ถึงแม้ว่าจะมีการจ่ายเพิ่มเติมเองไปบางส่วน แต่ในแต่ละงวดก็จะต้องผ่อนเท่าเดิม การคำนวณหนี้ที่มียอดชำระคงที่ กับการกู้สินเชื่อซื้อคอนโด     การคำนวนหนี้ที่มีงวดผ่อนคงที่เหล่านี้ คำนวณไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่นำยอดที่ต้องจ่ายต่อเดือนไปหักออกจากรายได้ของเราได้เลย ยกตัวอย่าง เรามีงวดรถที่ต้องผ่อนต่อเดือน 7,000 บาท รายได้ต่อเดือน 30,000 บาท ก็จะมีรายได้คงเหลือต่อเดือน 23,000 บาท สามารถกู้คอนโดได้ที่ราคาประมาณ 2 - 2.3 ล้านบาท (ในกรณีที่โครงการไม่มีโปรโมชั่นพิเศษกับธนาคาร) 2. หนี้ที่มียอดชำระไม่ตายตัว กับการกู้สินเชื่อซื้อคอนโด     สำหรับหนี้ที่เข้าข่ายนี้ คงหนี้ไม่พ้นหนี้บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดค่ะ โดยหนี้เหล่านี้สามารถสร้างเพิ่ม หรือหยุดใช้ได้ตลอดเวลา จำนวนเงินที่ต้องชำระก็ขึ้นอยู่กับว่าในเดือนนั้นมียอดทั้งหมดเท่าไร แต่ธนาคารไม่ได้คิดจากขั้นต่ำที่เราจ่ายในแต่ละเดือนนะคะ ธนาคารจะคิดจากยอดที่ค้างชำระในแต่ละเดือน  การคำนวณหนี้ที่มียอดชำระไม่คงที่ สำหรับกู้สินเชื่อซื้อคอนโด 1. ธนาคารจะนำยอดค้างชำระ 6 เดือนล่าสุดมาบวกกัน     สมมุติว่าเรามีหนี้รวมอยู่ที่ 50,000 บาท ในเดือนที่ 1 แล้วจ่ายขั้นต่ำไป 5,000 บาท ยอดค้างชำระที่ธนาคารจะนำมาคิดคือ 50,000 - 5,000 = 45,000 บาท จากนั้นก็คำนวณแบบเดียวกันกับอีก 5 เดือนที่เหลือ  2. ธนาคารจะนำยอดทั้ง 6 เดือนที่บวกกันแล้วมาหาค่าเฉลี่ยต่อเดือน     สุดท้ายธนาคารจะนำยอดคงค้างทั้ง 6 เดือน มาบวกกัน แล้วหารด้วย 6 ก็จะได้ค่าเฉลี่ยยอดค้างชำระต่อเดือน  3. ธนาคารจะคำนวณยอดที่บัตรเครดิตบังคับจ่ายต่อเดือน     ยอดบังคับจ่ายที่ว่านี้ก็คือยอดผ่อนจ่ายขั้นต่ำ หรือ 10% ของยอดค้างชำระค่ะ   ธนาคารจะนำยอดนี้ไปหักจากรายได้ต่อเดือนของเราค่ะ แล้วก็จะนำไปคำนวณวงเงินกู้อีกที      ทั้งนี้จะเห็นว่า ต่อให้ใช้จ่ายแค่ไหน หากเราจ่ายเต็มทุกเดือน หนี้ของเราก็จะเป็น 0 ค่ะ และถ้าหากเรามีหนี้คงค้างเยอะแล้วมาจ่ายเต็มในเดือนสุดท้ายก่อนกู้ซื้อคอนโด ธนาคารก็จะคิดเฉลี่ยกับ 5 เดือนในอดีต ทำให้หนี้ต่อเดือนของเราไม่ใช่ 0 ค่ะ          ดังนั้น สำหรับการหนี้บัตรเครดิต หากเราไม่ได้จ่ายเต็มทุกเดือน แล้วมาจ่ายเต็มเดือนสุดท้าย  ต้องจ่ายเต็มแบบนี้ไป 6 เดือน หรือปิดบัตรไปเลย ธนาคารจึงจะให้หนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนในส่วนของบัตรเครดิตเป็น 0 ค่ะ   เมื่อต้องการวงเงินกู้สินเชื่อคอนโดที่เพิ่มขึ้น ควรทำอย่างไรกับหนี้เหล่านี้     เราแบ่งวิธีการจัดการกับหนี้ก่อนยื่นกู้สินเชื่อซื้อคอนโดได้ 3 วิธีค่ะ  1. ปิดหนี้ทั้งหมดก่อนยื่นกู้สินเชื่อซื้อคอนโด     วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถแนะนำได้ง่าย แต่จริง ๆ แล้วทำยากค่ะ เพราะถ้าเรามีเงินเหลือก็คงไม่ปล่อยให้เป็นหนี้กัน  เอาเป็นว่าถ้าเราโชคดีมีเงินมาปิดหนี้พอดี ก็ยินดีด้วยค่ะ  แต่สำหรับการปิดหนี้บัตรเครดิต นอกจากจะจ่ายบัตรให้เต็มแล้ว แนะนำให้แจ้งยกเลิกบัตรไปด้วยเลยนะคะ เพราะไม่อย่างงั้นธนาคารจะนำยอดเดือนก่อนหน้ามาคิดร่วมด้วย    และถ้าเรายังต้องการใช้บัตรอยู่ หลังจากที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อกู้ซื้อคอนโดไม่เกิน 45 วัน แนะนำให้ยื่นสมัครบัตรใหม่เลยค่ะ การอนุมัติบัตรจะไม่ยาก เพราะธนาคารที่ออกบัตรยังมองไม่เห็นว่าเรามีหนี้กู้ซื้อคอนโดอยู่  2. เปลี่ยนหนี้เหล่านั้นเป็นหนี้นอกระบบ     หนี้นอกระบบ ธนาคารจะมองไม่เห็นหนี้เหล่านี้ ทำให้เวลาอนุมัติสินเชื่อซื้อคอนโดก็จะไม่นำมาคิดร่วมค่ะ วิธีการคือไปกู้ยืมเงินจาก ญาติ พี่ น้อง มาชำระหนี้ในระบบที่มี แนะนำให้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายนะคะ ระยะเวลาผ่อนก็คำนวณเองได้เลยค่ะ เอาที่รับไหวเมื่อรวมกับงวดที่ต้องผ่อนคอนโดแล้ว จะได้ไม่ตึงจนเกินไป    3. รีไฟแนนซ์ หนี้ในระบบ     การรีไฟแนนซ์หนี้หนี้เป็นวิธีการที่ช่วยให้ค่างวดที่ต้องจ่ายหนี้ต่อเดือนลดลงค่ะ โดยการรีไฟแนนซ์จะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการชำระหนี้ ให้นานออกไป แต่ด้วยลักษณะของการรีไฟแนนซ์ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นการกู้เงินเพื่อมาจ่ายหนี้ ในบางธนาคารอาจจะลดเกรดของเราลง ทำให้โอกาสที่จะกู้สินเชื่อซื้อคอนโดผ่านยากขึ้น ที่มา : estopolis.com ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
STYLISH SHOPPING VENUE
    ความสุขของคนรักบ้านก็คือการสรรหาของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ มาประดับบ้านให้มีเอกลักษณ์ และน่าอยู่ ใครที่กำลังหาแหล่งช้อปของแต่งบ้านคุณภาพ เรามีทำเลเด็ด ๆ หลากสไตล์มาแนะนำ ใครชอบแนวไหนตรงไปตามสไตล์ที่โปรดปรานได้เลยค่ะ   CASA PAGODA     ใครที่ชอบการตกแต่งสไตล์หรูหราอลังการ ที่มาพร้อมกับความเท่ ลงตัว และวัสดุชั้นเลิศ เลือกสรรแต่แบรนด์ชั้นนำต้องแวะมาที่นี่ เพราะเป็นแหล่งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนชั้นนำที่ตอบสนองทุกอารมณ์และไลฟ์สไตล์ด้วยรสนิยมทุกระดับ ทั้งเรโทร บาโรก ป๊อป และวินเทจ ตลอดจนสินค้าตกแต่งบ้านที่มีกลิ่นอายของเอเชียและยุโรป โดยแต่ละคอลเลคชั่นที่เขานำเสนอนั้นได้มาจากการที่ทีมงานท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อสรรค์สร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวจากแรงบันดาลใจอันหลากหลาย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำใครแน่นอน ที่อยู่ : ปากซอยสุขุมวิท 45  โทร : 02 -  2581917 เว็บไซต์ : www.casapagoda.com   SONDER LIVING     หนึ่งจุดหมายที่กำลังมาแรงของขาช็อปเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ ไม่ต้องบินไปซื้อถึงแดนไกล เพราะเป็นแกลเลอรี่ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจาก 7 ดีไซน์เนอร์ชื่อดังในวงการเฟอร์นิเจอร์ระดับโลกภายใต้ 7 แบรนด์ ได้แก่ Thomas Bina, Tracey Boyd, Andrew Martin, Maison 55, Nellcote Studio, Coup&Co., และ Kelly Hoppen ให้ลูกค้าสามารถเลือกและสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านของดีไซน์เนอร์ที่ชื่นชอบได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นในราคาที่เท่ากับการซื้อจากต่างประเทศ ที่อยู่ : 110 ถนนพระราม 9 ซอย 43 แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 เวลาเปิด : 10.00 - 19.00 น. โทร : 02 - 1010458 - 9 เว็บไซต์ : https://sonderliving.com   PAPAYA STUDIO     แหล่งจำหน่ายและรับทำเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน ที่รวมสินค้ามือสองคุณภาพดีจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังทั่วโลกมาให้เลือกจุใจ รวมทั้งสินค้าใหม่ดีไซน์เก๋ เช่น เก้าอี้ไม้ โต๊ะไม้ โต๊ะไม้สัก โคมไฟ ตู้ไม้ เตียงนอน ชั้นวางของไม้ ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ กรอบกระจกไม้ ฉากบังตาไม้ โซฟาไม้ ชั้นวางของไม้ ชั้นวางทีวีไม้สัก เคาน์เตอร์ บาร์ไม้สัก ฯลฯ ใครชอบสไตล์วินเทจต้องมาที่นี่ นอกจากเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ยังมีให้เช่าสถานที่ เช่าเฟอร์นิเจอร์ สำหรับถ่ายภาพ ถ่ายหนัง ถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยนะ ที่อยู่ : 306/1 ซอยลาดพร้าว 55/2 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 เวลาเปิด : 9.00 - 18.00 น. โทร : 02 - 5398220, 081 - 6222200 เว็บไซต์ : www.papaya55.com   CHIC REPUBLIC     จุดหมายโดนใจสำหรับคนที่มองหาเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านชิ้นเก๋ ๆ ที่เป็นแหล่งรวมสินค้าให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ของแบรนด์หรูนำเข้า ของที่ผลิตในประเทศ และสินค้า House Brand ของทางร้านเอง ที่นำเสนอให้ช้อปกันได้ในราคามิตรภาพ ซึ่งความน่าสนใจของร้านนี้คือนอกจากจะมีหลายสาขาตามทำเลสะดวกต่าง ๆ แล้ว คือตัวสินค้าในประเทศที่ออกแบบและผลิตได้ด้วยดีไซน์น่าสนใจไม่แพ้ของแพง ๆ จากเมืองนอก  ที่อยู่ : 90 ซอยโยธินพัฒนา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ตรงข้ามคริสตัลพาร์ค รามอินทรา ใกล้ CDC) เวลาเปิด : 10.00 - 21.30 น. โทร : 02 - 5147123 เว็บไซต์ : www.chicrepublicthai.com   CHINESE HOUSE     แหล่งรวมสินค้าแต่งบ้านสำหรับผู้หลงใหลในศิลปะชั้นสูงจากแดนมังกร ที่มีทั้งวัตถุโบราณล้ำค่าเพื่อการสะสม และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามที่เป็นงานออกแบบคุณภาพระดับพรีเมียม รวมถึงของแต่งบ้านชิ้นน้อยใหญ่ที่สร้างสีสันโอเรียนทัลให้กับบ้านหรูของคุณได้อย่างมีรสนิยม ที่อยู่ : 47/1-6 ถนนเสนานิคม จตุจักร  เวลาเปิด : 10.00 - 21.30 น. โทร : 094 - 475 9999 เว็บไซต์ : www.chinesehouse1990.com/ ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
CHOOSING A SAFE FOR YOUR HOME SECURITY
    ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นหนึ่งในปัจจัยความมั่นคงของมนุษย์เราทุกคน นอกจากการมีบ้านในทำเลที่ดี มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้แล้ว การมีตู้นิรภัยเอาไว้เก็บรักษาสิ่งมีค่าและของสำคัญต่าง ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น เรามีข้อพึงพิจารณาสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ ‘ตู้นิรภัย’ มาฝากกันค่ะ       พิจารณารายการสิ่งของที่ต้องการเก็บในตู้นิรภัย – การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการจัดหมวดหมู่ข้าวของมีค่าและของสำคัญให้เหมาะสม ควรแยกระหว่าง เอกสารสำคัญ เช่น โฉนดที่ดิน ใบหุ้น เอกสารกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ พินัยกรรม ฯลฯ ออกจากของมีค่า เช่น เพชรพลอย ทอง เครื่องประดับ โดยแบ่งแต่ละส่วนใส่ซองถุง หรือกล่อง แยกกันให้เป็นระบบ ถ้าทั้งสองประเภทมีจำนวนไม่มาก อาจใส่ในตู้เดียวกันได้ แต่ถ้าของทั้งสองประเภทมีจำนวนมาก ควรพิจารณาว่าจะซื้อตู้ขนาดใหญ่ตู้เดียว หรือซื้อตู้ขนาดย่อมสองตู้แล้วแยกที่เก็บ เพื่อกระจายความเสี่ยง       พิจารณาขนาดที่เหมาะสมสำหรับการนำตู้นิรภัยเข้าไปติดตั้งในบ้าน – ตู้นิรภัยมีขนาดที่หลากหลาย หากคุณซื้อตู้นิรภัยเมื่อบ้านสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเลือกดูขนาดของตู้ที่ไม่ใหญ่เกินไปจนไม่สามารถนำเข้าประตูหรือผ่านช่องเปิดเดิมที่มีอยู่แล้วเข้าไปติดตั้งในบ้านได้ เพราะถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะทำตู้แบบฝังเข้าไปในผนัง แต่ต้องทุบผนังหรือรื้อประตูบ้านเพื่อนำตู้เข้าไป ย่อมเกิดความยุ่งยาก และเป็นที่รับรู้กันเอิกเกริกไปในวงกว้าง ตั้งแต่คนขายตู้นิรภัยไปจนถึงผู้รับเหมาและช่างทำบ้าน ทำให้เสียความปลอดภัยโดยใช่เหตุ       ระดับความปลอดภัยที่ต้องการ จะเป็นตัวกำหนดลักษณะของตู้นิรภัย และราคา – ถ้าคุณไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี ราคาของตู้นิรภัยที่มีระบบความปลอดภัยสูงมาก ๆ อาจทำให้คุณตกใจตาค้างได้ จึงต้องถามใจตัวเองและถามกระเป๋าสตางค์ของคุณว่า เหมาะกับความปลอดภัยระดับไหน เช่น ถ้าต้องการให้กันน้ำท่วม หรือกันไฟไหม้ ย่อมหมายถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าตู้มาตรฐานทั่วไป ราคาก็จะสูงขึ้นตามมา       ระบบล็อคที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด – โดยทั่วไป การติดตั้งตู้นิรภัยจะคำนึงถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ก็คือการโจรกรรม นอกจากนั้นก็คือเหตุภัยพิบัติ หรือไฟไหม้ ซึ่งระบบล็อคที่ทันสมัยที่สุดยุคนี้มักเป็นระบบดิจิตอล แต่จุดอ่อนของระบบนี้คือ ต้องใช้ไฟฟ้า ถ้าไม่มีไฟ ก็เปิด - ปิดไม่ได้ หลายคนจึงนิยมเลือกระบบอนาล็อก ซึ่งเป็นการตั้งรหัสด้วยตัวเลข หมุนด้วยมือ โดยเจ้าของตู้จะต้องจดจำรหัสไว้ให้แม่นมั่น และอาจจะยุ่งยากนิดหน่อยหากเผลอลืมหรืออยากตั้งรหัสใหม่ อาจต้องเรียกช่างหรือคนขายตู้มาช่วยปลดล็อกหรือตั้งให้ใหม่       ตำแหน่งที่จะติดตั้งหรือวางตู้นิรภัยในบ้าน – หลักใหญ่ ๆ ในการติดตั้งตู้นิรภัย ก็เพื่อป้องกันโจร การพิจารณาว่าควรจะติดตั้งตู้นิรภัยเอาไว้ที่ไหนจึงต้องคิดสองชั้น คือคิดแบบเจ้าของบ้านทั่วไป และก็คิดแบบโจร ซึ่งโจรก็มักคิดได้ทันทีว่า เจ้าของบ้านโดยส่วนใหญ่มักเอาของรักของหวงซ่อนไว้ใกล้ตัว เช่น ในห้องนอน ตู้เสื้อผ้า ห้องพระ หรือห้องทำงาน เมื่อโจรเข้าบ้านก็มักจะตรงไปตามจุดที่เจ้าของบ้านทั่วไปคิดเป็นลำดับแรก ๆ แต่เมื่อเราเข้าใจความคิดแบบโจรแล้ว ก็ต้องเลี่ยงการติดตั้งตู้นิรภัยเอาไว้ในจุดเสี่ยงเหล่านั้น โดยเลือกเอาตำแหน่งที่คนทั่วไปและโจรอาจคิดไม่ถึง เช่น ในห้องครัว ห้องเก็บของ หรือห้องนอนเด็ก การเอาตู้นิรภัยไปเก็บซ่อนในส่วนที่เป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง เช่น ระเบียง หรือสนามหญ้า ต้องคิดถึงตอนที่ไปเปิดใช้ด้วยว่า มีคนเห็นหรือเปล่า และตู้นิรภัยจะเสี่ยงต่อความเสียหายจากการวางในตำแหน่งนั้นหรือไม่     อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่เดินทางบ่อย ทิ้งบ้านบ่อย อาจเปลี่ยนจากการซื้อตู้นิรภัยมาติดตั้งที่บ้าน เป็นการฝากเช่าตู้นิรภัยของธนาคาร ซึ่งมีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนากว่า แต่ก็อาจไม่สะดวกในการใช้งาน เพราะเวลาเปิดปิดของธนาคาร ใครอยากเลือกแบบไหนก็ลองพิจารณาเอาตามความเหมาะสมของตนเอง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

Read More

Nov 2017
Baht
Year
%
Monthly Rate
Baht
Baht
Year
%
The calculations are approximate loan amount up to 35% of net income.
Monthly Rate
Baht
LOAN
Baht