Top
แคคตัส ไม้น่าเลี้ยงสำหรับไลฟ์สไตล์คอนโด
    ความสุขของคนรักบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่บ้านเล็ก บ้านบนตึกหรือบ้านบนดิน ก็คือการได้ใกล้ชิดธรรมชาติ  สายพันธุ์พืชทะเลทรายที่เรียกกันทับศัพท์กันทั่วไปว่า แคคตัส หรือ กระบองเพชร เป็นต้นไม้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คอนโดได้อย่างลงตัว เพราะเจ้าของห้องไม่ต้องเสียเวลาเยอะแยะมาดูแล เลี้ยงง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย ไม่ต้องคอยตัดแต่งกิ่งใบ มีฟอร์มเก๋ ประดุจชิ้นงานศิลปะที่มีชีวิต ทนต่อโรคและแมลงศัตรูพืช มีขนาดกำลังเหมาะ ไม่โตเร็วพรวดพราด ไม่มีดอกใบหรือผลที่ส่งกลิ่นให้เกิดภูมิแพ้ ฯลฯ       เวลาที่คุณเอ่ยถึงคำว่ากระบองเพชรหรือแคคตัสในร้านขายต้นไม้ นั่นหมายถึงสายพันธุ์พืชโบราณที่วิวัฒนาการมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีความหลากหลายทั้งขนาด รูปทรง และสีสันที่แตกต่างกันทั่วโลกกว่านับร้อยนับพันชนิด ซึ่งหมายความรวมถึง กุหลาบหิน บอระเพ็ด โบตั๋น  แม้แต่ต้นแก้วมังกรที่เรานำผลของมันมากินนั่นก็จัดเป็นแคคตัสสายพันธุ์หนึ่ง        สายพันธุ์แคคตัสที่คนนิยมเลี้ยง เพราะมีรูปทรงสวยงามน่าดู ได้แก่     แอสโตรไฟตัม จะมีลักษณะเป็นพู ๆ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าดาว บนผิวของมันจึงมีจุดขาว ๆ ประดับอยู่แพรวพรายเหมือนดาวกระจายบนฟ้า แถมยังมีปุ่มหรือดอทสีขาว เรียงเป็นแถวสวยแปลกตา เลี้ยงง่าย โตไว ไร้หนาม มีลายจุดดูน่ารัก ออกดอกง่าย ปลูกไว้สักปีเศษ ๆ พอถึงช่วงหน้าร้อนก็จะเริ่มออกดอก ต้นที่มีลวดลายและดอทที่สวยงามจะทำให้ราคาสูง     อิชินอปซิส เป็นแคคตัสแบบทรงกอ น่ารักน่าเอ็นดู มีหนามนุ่ม ๆไม่ต้องกลัวว่าจะตำมือ ดอกของต้นชนิดนี้จะเป็นสีขาว ถ้าอยากจะเห็นดอกของอิชินอปซิสต้องรอ เพราะว่าดอกของมันจะบานสะพรั่งสวยงามแค่ตอนเที่ยงคืน จนถึง 8 โมงเช้า     ช้าง หรือ โครีแฟนทา มีลักษณะเป็นหัวเดี่ยวโต ๆ มีหนาม เป็นไม้เพาะเมล็ด ที่แตกออกเป็นมอนส์ รูปทรงจะโตแบบขยับขยายไปเรื่อย ๆ ชวนให้คอยดูว่าจะเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน บางต้นก็จะแตกหน่อย่อยออกมาเยอะแยะ     ดิสโก้ หรือ ดิสโก้แคคตัส มีลักษณะเป็นหัวเดี่ยว ๆ แต่มีหนามฟูกระจายน่ารักเต็มต้น เป็นหนามที่ไม่แข็ง ไม่ต้องกลัวว่าแทงมือแล้วจะเจ็บ เลี้ยงไปนาน ๆ จนออกดอกจะมีกลิ่นหอม ผลิบานตอนกลางคืนจนรุ่งสาง     ยิมโนหัวสี หรือ ยิมโนคาไลเซียม สายพันธุ์นี้ราคาไม่แพง แต่สีสันสวยสดใส คนนิยมกันมาก ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะออกดอก และต้องดูแลอย่ารดน้ำเยอะเกินไป แต่พอได้เห็นดอกสวย ๆ ก็หายเหนื่อย       การเลี้ยงแคคตัสแบบเบสิค ไม่ต้องทุ่มเทอะไรมากไปกว่าการรดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง และใส่ปุ๋ยสักเดือนละครั้ง ให้ได้รับแสงบ้างสักวันละ 4 - 5 ชั่วโมง จะเป็นแสงธรรมชาติหรือแสงไฟในห้องก็ได้ ระวังเรื่องการระบายน้ำให้ดี อย่ารดน้ำเยอะจนมีน้ำขังเฉอะแฉะ และอย่าลืมทิ้งไว้นานจนแห้ง แคคตัสของคุณก็จะมีชีวิตรอดอย่างสบาย ๆ ไม่เรียกร้องอะไรไปได้นานหลายเดือน แต่จะมีเปลี่ยนรูปร่างหรือเปลี่ยนขนาดไปบ้างตามธรรมชาติ หากคิดจะเลี้ยงแบบจริงจัง ก็ค่อยหาความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม หาดินและปุ๋ยที่ถูกกับชนิดของแต่ละสายพันธุ์มาปลูก และหากระถางงาม ๆ มาตกแต่งให้ดูมีคุณค่า       นอกจากนี้ แคคตัส ยังเป็นไม้มงคล จนมีคำกล่าวว่า ถ้าผู้ใดปลูกต้นกระบองเพชรให้เกิดดอกได้มากและสวยงาม แสดงว่าผู้นั้นจะมีโชคลาภ ดังนั้นคนไทยโบราณจึงถือว่ากระบองเพชรเป็นไม้เสี่ยงทาย เชื่อกันว่าสามารถป้องกันศัตรูจากภายนอกได้ เพราะเป็นพืชมีหนามและความคงทนแข็งแรง โดยการปลูกให้ถูกหลักความเชื่อแบบไทย นิยมปลูกไว้ทางทิศตะวันตก และควรปลูกในวันเสาร์ ตามที่โบราณเชื่อกันว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีสำหรับยุคนี้ เพราะวันอื่นเราต้องไปทำงาน คงไม่มีเวลาว่างปลูกอะไรเป็นแน่แท้ ดั้งนั้น เสาร์นี้ถ้าคุณคิดจะจัดสวนสวย ๆ ในคอนโด ก็ลองพิจารณาแคคตัสฟอร์มเก๋ ๆมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของสวนดูบ้าง นอกจากจะได้ชื่นชมธรรมชาติแปลกตาแล้ว ยังอาจทำให้ดวงดีมีโชคลาภ เสริมดวงอีกด้วย ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
ปรับไลฟ์สไตล์ ลดค่าไฟ ประหยัดการใช้พลังงาน
    ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคนที่มีบ้าน และเป็นรายจ่ายที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น ทั้งที่รอบตัวเราก็มีแต่โฆษณาเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน และเราก็อุตส่าห์ลงทุนซื้อหามาใช้มากมาย แต่บิลค่าไฟก็ยังพุ่งกระฉูด จะทำอย่างไร เรามีคำตอบง่าย ๆ สำหรับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดค่าไฟ ประหยัดการใช้พลังงานมาฝากกันค่ะ       เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ได้มาตรฐาน รับรองว่ามีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ตู้เย็น หลอดไฟ พัดลม เครื่องครัว ฯลฯ และใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าเหล่านี้จะมีฉลากเบอร์ 5 ที่เราคุ้นตากันดี       ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน สร้างให้เป็นนิสัยในการดับไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง     ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมง สำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5     ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบาย อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10       ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป รวมถึงปลูกพืชคลุมดินเพื่อลดการสะท้อนความร้อนจากพื้นเข้าสู่อาคาร     ถ้าอากาศไม่ร้อนมาก ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ และในช่วงฤดูที่อากาศดี ควรเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติบ้าง จะได้ลดการใช้แอร์     หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟ เพราะจะช่วยเพิ่มแสงสว่างโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ควรทำอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี     หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศบ่อย ๆ เพื่อลดการเปลืองไฟในการทำงานของเครื่องปรับอากาศ       จัดบ้านให้โปร่งโล่งเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ทิ้งของที่ไม่จำเป็นไปให้หมดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมความร้อน และปิดกั้นช่องทางการระบายอากาศ       เลือกตกแต่งและทาสีภายในห้องด้วยโทนสีสว่าง เพื่อช่วยเพิ่มการสะท้อนแสง และมีการเปิดหน้าต่างรับแสงธรรมชาติบ้าง ในทิศที่ไม่โดนความร้อน ลดการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟ       แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน ลด ละ เลี่ยง การใส่เสื้อสูท เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน สิ้นเปลืองการตัด ซัก รีด และลดการเปิดแอร์     การใช้เครื่องซักผ้า ควรใส่ผ้าให้เต็มกำลังของเครื่อง เพราะซัก 1 ตัวกับซัก 20 ตัว ก็ต้องใช้น้ำในปริมาณเท่า ๆ กัน     ใช้เตาแก๊สหุงต้มอาหาร ประหยัดกว่าใช้เตาไฟฟ้า     หลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องมีการปล่อยความร้อน เช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงต้ม ไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ     อย่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ถ้าไม่ใช้งาน ติดตั้งระบบลดกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่องเมื่อพักการทำงาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 35 - 40 และถ้าหากปิดหน้าจอทันทีเมื่อไม่ใช้งาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 60     ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และหมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ จะทำให้ลดการสิ้นเปลืองไฟได้     การปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ไม่ยาก และบ่อยครั้งที่อาจละเลยหรือเผลอมองข้าม ทำให้เม็ดเงินของเราไหลทิ้งไปกับค่าไฟโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถ้าทำได้ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังช่วยชาติประหยัดพลังงาน และช่วยรักษ์โลกอีกด้วย ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
บัตรแมงมุม ใบเดียวเชื่อมต่อทุกการเดินทาง
สัปดาห์นี้อัพเดทความไฮเทคยุค “สังคมไร้เงินสด” กับ “บัตรแมงมุม” ใช้สำหรับการเดินทาง ว่าจะง่ายและสะดวกแค่ไหนไปดูกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนและภาคธุรกิจหันมาชำระเงินโดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่านทางสมาร์ทโฟน มีเป้าหมายให้สังคมไทยก้าวสู่ “สังคมไร้เงินสด” มากขึ้น เพื่อความสะดวกสบาย และปลอดภัยไม่ต้องกลัวถูกฉกชิงวิ่งราว สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แน่นอนทุกองคาพยพต้องผลักดันไปสู่เป้าหมาย ซึ่ง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้แทนเงินสดในการลดค่าครองชีพของประชาชน ได้แก่ ช่วยลดราคาค่าแก๊ส ช่วยเหลือค่าเดินทาง เช่น ขึ้นรถเมล์ฟรีได้เดือนละ 500 บาท แบบว่าไม่ต้องแจกเงินสดๆ แค่ใส่มูลค่าในบัตรให้ไปรูดปี๊ด!! ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. หน่วยงานใต้สังกัด กระทรวงคมนาคม ได้จัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์การดำเนินงานบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมเพื่อเปิดตัว “ตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ นิยามของตั๋วร่วม...คือ ตั๋วใบเดียวที่จะนำมาใช้เป็นบัตรโดยสารได้ทุกระบบการเดินทาง ซึ่งในต่างประเทศใช้ระบบตั๋วร่วมมานานหลายปีแล้ว สนข. ได้จัดประกวดให้ตั้งชื่อตั๋วร่วมชิงรางวัลกันด้วย   โดยชื่อที่ได้รับการคัดเลือก คือชื่อที่เรียกง่ายๆ แต่สื่อความหมายดีมากๆ ว่า “บัตรแมงมุม” เปรียบระบบการขนส่งทุกโหมดเดินทางทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟ เรือโดยสารรวมทั้งทางด่วนเป็นโครงข่ายใยแมงมุมที่ใช้บัตรใบเดียวเชื่อมโยงทุกการเดินทางนอกจากความสะดวกสบายแค่พก “บัตรแมงมุม” ใบเดียว ใช้เดินทางได้ทุกโหมด ไม่เสียเวลาแลกเหรียญหรือแลกตั๋วโดยสาร ไม่ต้องกลัวตั๋วหายแล้ว บัตรแมงมุมจะมีส่วนลดค่าโดยสารให้ด้วยโดยในอนาคตจะลดค่าแรกเข้าระบบ เช่น จากรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) หรือรถไฟฟ้าสีม่วง (บางใหญ่-คลองบางไผ่) ซึ่งเป็นคนละสายหรือเป็นคนละระบบกัน ก็จะยกเว้นค่าแรกเข้าให้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ได้ด้วย หากสามารถดึงดูดประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น อีกทั้งการแตะบัตรผ่านทางด่วน จะช่วยลดปัญหารถติดขัดหน้าด่านจากการทอนเงิน “บัตรแมงมุม” มี 3 ประเภท คือบัตรบุคคลทั่วไปสีน้ำเงิน บัตรนักเรียน/นักศึกษาสีเทา และบัตรผู้สูงอายุสีทอง เพื่อแยกส่วนลดของแต่ละวัย มีค่ามัดจำและธรรมเนียมประมาณ 150 บาท   ช่วงแรกจะพิจารณาลดค่ามัดจำเหลือ 50 บาท หรือยกเว้นให้ ในหลักการสามารถเติมเงินในบัตรได้สูงสุด 10,000 บาท กรณีบัตรหายสามารถขออายัดวงเงินได้ เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ที่ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. สแกนถึงบัตรแมงมุม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนิน “โครงการตั๋วร่วม” โดยเฉพาะการจัดตั้งบริษัทจัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม (CTC) ระยะแรกให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ดูแลโครงข่ายรถไฟฟ้ารับผิดชอบก่อน จากนั้นต้องจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการที่มีเอกชนผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมถือหุ้นภายในเดือน ก.ค.61 รฟม. จะนำรายละเอียดเสนอคณะกรรมการหรือบอร์ดพิจารณาเร็วๆ นี้ จากนั้นจะลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เพื่อเจรจาเงื่อนไขการติดตั้งระบบตั๋วร่วมบนรถไฟฟ้าต่อไป   นายชัยวัฒน์ บอกข่าวดีด้วยว่าขณะนี้ สนข. ได้จัดเตรียม “บัตรแมงมุม” ล็อตแรกไว้แล้ว 2 แสนใบ อยู่ระหว่างเซ็นระบบข้อมูล เตรียมแจกประชาชนทดลองใช้ฟรีปลายปีนี้ ดีเดย์กับรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กำลังติดตั้งระบบตั๋วอัตโนมัติหรืออีทิคเก็ต (E-Ticket) ในรถร้อน 800 คัน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อรองรับการใช้ “บัตรคนจน” ที่จะได้สิทธิ์ขึ้นรถเมล์ฟรี 800 คัน คนละ 500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ดังนั้น “บัตรคนจน” ก็ถือว่ามีรูปแบบคล้าย “ตั๋วร่วม” ที่ประชาชนได้ประเดิมใช้กันไปก่อน นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สนข. มีแผนเปิดจำหน่ายบัตรแมงมุมตามจุดต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย การใช้งานบัตรแมงมุมระยะ (เฟส) แรก คือปลายปีนี้กับรถเมล์ ขสมก.ที่ติดตั้งอีทิคเก็ตแล้วเสร็จ 800 คัน และจะเพิ่มเป็น 2,600 คัน รวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-คลองบางไผ่ ในเดือน มี.ค. 61 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางซื่อและรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือบีทีเอสประมาณเดือน มิ.ย.-ก.ค. 61 เพราะต้องรอเชื่อมระบบ จากนั้นจะเริ่มพัฒนาในเฟส 2 ให้ใช้งานได้ราวปี 62 กับทางด่วนและมอเตอร์เวย์ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือคลองแสนแสบ ส่วนรถไฟมีระบบการซื้อตั๋วแตกต่างกับขนส่งประเภทอื่นๆ จึงรอการพัฒนาต่อไป นอกจากนี้ยังเจรจากับผู้ประกอบการนอกภาคขนส่งเช่น เครือซีพีผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซ่เวนฯ เดอะมอลล์ เครือเซ็นทรัลและธนาคารต่างๆ ให้เข้าร่วมโครงการในหลายรูป เช่น ให้บริการเต็มเงิน ใช้บัตรแมงมุม ใช้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้ด้วย ….“บัตรแมงมุม” มาแล้ว ตั๋วใบเดียวง่ายทุกการเดินทางและการจับจ่าย แต่จะตอบโจทย์ประชาชนหรือไม่?? ต้องติดตามกัน ที่มา : dailynews, reviewyourliving ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้าน โอนคอนโด
    อสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า การทำธุรกิจประเภทนี้จึงต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นเมื่อมีการซื้อขาย ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาอย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มีวิธีตรวจสอบอย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ     บ้านหรือคอนโดมิเนียม ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเมื่อมีการซื้อขายในทางหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน แต่ก่อนที่จะศึกษาหรือทำความเข้าใจกับวิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านหรือโอนคอนโด ทั้งในกรณีซื้อไว้เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ต้องเข้าใจขั้นตอนการซื้อขายและส่วนประกอบของสัญญาซื้อขายอย่างเข้าใจเสียก่อน ความแตกต่างระหว่างสัญญาซื้อขายกับสัญญาจะซื้อจะขาย     การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีสัญญาสองรูปแบบ ได้แก่ สัญญาซื้อขายและสัญญาจะซื้อจะขาย ทั้งสองรูปแบบใช้แตกต่างกัน ดังนี้     1. หนังสือสัญญาซื้อขาย กรณีซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นเงินสดหรือจ่ายเงินกันเบ็ดเสร็จ ซึ่งบ้านหรือคอนโดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ และหนังสือสัญญาที่ทำขึ้นนั้นจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ทำการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเรียบร้อยแล้ว     กรณีทำสัญญาซื้อขายโดยไม่ได้ทำการจดทะเบียนผลทางกฎหมายจะถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันทันที กรณีมีการชำระเงินกันแล้วผู้ซื้อผู้ขายต้องคืนเงินให้แก่กัน     2. หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกับกรณีแรก แต่มีข้อกำหนดหรือได้ระบุว่าจะไปทำการโอนบ้านหรือคอนโดกันภายหลังจากวันที่ทำสัญญา และผู้ซื้อผู้ขายได้ตกลงซื้อขายโดยการวางเงินมัดจำไว้เป็นบางส่วน     การทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ ย่อมเป็นการปกป้องสิทธิทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีการผิดนัดไม่ชำระส่วนที่เหลือหรือไม่มีการส่งมอบบ้านและคอนโด เมื่อเกิดเป็นคดีความการพิสูจน์ในชั้นศาลหากมีหลักฐานย่อมปกป้องผลประโยชน์ได้ดีกว่า ส่วนประกอบของสัญญา     โดยทั่วไปสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ มีส่วนประกอบ 10 ส่วน ดังนี้     1. รายละเอียดการจัดทำสัญญา เป็นข้อมูลวันเวลาที่มีการทำสัญญาขึ้น รวมไปถึงสถานที่ที่มีการจัดทำสัญญา     2. รายละเอียดของคู่สัญญา จะประกอบไปด้วย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้จะซื้อ และอีกฝ่ายคือผู้จะขาย โดยจะใช้รายละเอียดตามที่แสดงในบัตรประชาชนซึ่งสำเนาบัตรประชาชนจะเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา     3. รายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ เป็นรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่ตกลงซื้อขาย     4. ราคาขายและรายละเอียดการชำระเงิน ระบุว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาเท่าไร จ่ายเงินในครั้งเดียวหรือมีการวางมัดจำ แบ่งการชำระเป็นกี่งวด ชำระเมื่อไร เป็นต้น     5. รายละเอียดการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ คือการระบุวันที่ซึ่งจะให้มีการทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขึ้น อีกทั้งมีการกล่าวถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าอากร ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่านายหน้า รวมไปถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยกำหนดอย่างชัดเจนว่าฝ่ายผู้จะซื้อจะต้องรับผิดชอบในส่วนบ้างและรับผิดชอบเท่าไร     6. รายละเอียดการส่งมอบ  ในส่วนนี้จะระบุว่าผู้จะขายจะส่งมอบบ้านหรือคอนโดให้กับผู้จะซื้อภายในระยะเวลากี่วันหลังจากมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์     7. การโอนสิทธิและคำรับรองของผู้จะขาย เช่น คำรับรองของผู้ขาย ว่าอสังหาริมทรัพย์ที่จะขายนั้นไม่มีภาระผูกพันใด ๆ     8. การผิดสัญญาและการระงับสัญญา จะกล่าวถึงการบังคับใช้ของสัญญาซื้อขายว่าจะเกิดผลต่อคู่สัญญาอย่างไรเมื่อฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา     9.ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่น ๆ คือข้อตกลงเพิ่มเติมที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นทางออกในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น     10. การลงชื่อของคู่สัญญาและพยาน การลงชื่อของผู้ซื้อและผู้ขายลงในสัญญาฯ  พร้อมทั้งพยานอีกฝ่ายละ 1 คนร่วมลงชื่อรับทราบโดยสัญญาจะซื้อจะขายจะทำขึ้น 2 ฉบับและมีข้อความถูกต้องตรงกัน มอบให้คู่สัญญาฯ เก็บไว้ฝ่ายละ 1 ฉบับ     เมื่อศึกษารายละเอียดของสัญญาและขั้นตอนการซื้อขายอย่างเข้าใจ วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านโอนคอนโด ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น ที่มา : Homezoomer ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
บางนา อาณาจักรแห่งความสุข
    ย่านที่คนมักจะมองผ่านเลยไปด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นโซนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้บางนากำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยโครงการเก๋ ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้บางนากลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขและสนุกแห่งใหม่ของคนเมือง   1. เสพศิลป์งานคราฟต์ – Atelier Rudee Atelier Rudee ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 Atelier Rudee (แอท’เทลเย ฤดี) สตูดิโอชื่อแปลกที่นำเสนอเวิร์คชอปไม่เหมือนใครมาให้ลองลงมือทำ ทั้งการสร้างเครื่องประดับโลหะ พื้นฐานการลงยาสี และการสร้างชิ้นงานขี้ผึ้ง ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 ลง BTS บางนา ทางออก 4 ที่นี่ไม่ได้สอนแค่เพียงภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คชอปรู้จักแปรเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นชิ้นงาน ด้วยความเชื่อว่างานออกแบบที่ดีมีต้นกำเนิดมาจากความคิดสร้างสรรค์ ใครอยากได้เครื่องประดับโลหะเก๋ๆ สักชิ้น ต้องมาลอง! ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น โทร : 082 326 1309 Facebook : Atelier Rudee   2. พลิ้วไหวตามเสียงเพลง – The Artists Dance Studio The Artists Dance Studio ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok BTS บางนา หลายคนมองว่าความสัมพันธ์ของคนเมืองฉาบฉวย ด้วยความที่ต้องเร่งทำงาน เร่งเดินทางแข่งกับเวลา ทำให้ละเลยการทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ที่ The Artists Dance Studio ศูนย์รวมความฝัน ความบันเทิง และกิจกรรมผ่อนคลายของคนเมือง มีคลาสสอนเต้นตั้งแต่ Ballet, Jazz Dance, Broadway Jazz, Hip Hop, Street Dance, High Heel Dance, Contemporary Dance รวมทั้งลีลาศและโยคะ ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok ลง BTS บางนา ทางออก 2 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 095 480 4646 Facebook : The Artists Dance Studio   3. หอมฟุ้งกลิ่นดอกไม้ – Yoltawan Flower Yoltawan Flower ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ในย่านที่คนพลุกพล่าน รถราแข่งกันไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด กลับมีบ้านสีขาวสะอาดตาหลังย่อม ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ประหนึ่งอยู่ในสวนอังกฤษ Yoltawan Flower คือร้านจัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ ช่อดอกไม้ แจกันดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ และมีมุมคาเฟ่บริการกาแฟและขนมหวานพร้อมสรรพ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 094 654 4466, 096 921 9191 Facebook : ร้านดอกไม้ Yoltawan Flower&Decoration   4. คลังดนตรี – Vinyl Die Hards Vinyl Die Hards ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ยุคที่สตรีมมิ่งมาแรงแซงแผ่นซีดี เป็นช่วงสมัยที่แค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถฟังเพลงได้ทุกแนว แต่สำหรับผู้หลงใหลในแผ่นเสียง Vinyl Die Hards คือสวรรค์ของนักล่าแผ่นเลยทีเดียว เป็นคลังแผ่นเสียงยุค 60s 70s 80s ไม่ต่ำกว่าหมื่นแผ่น ขณะเดียวกันก็มีอัลบั้มใหม่ๆ ให้เลือกมากมาย ราคาเป็นมิตร มีเครื่องเล่นให้ทดลองฟัง แถมมีขายทางออนไลน์อีกด้วย ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11 โมงถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 02 346 4547 Facebook : Vinyl Die Hards   5. กระบองเพชรในเรือนกระจก – Cactus & Cup Cafe Cactus & Cup Cafe ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล สาวกหนามน้อยกรี๊ดแน่นอน เพราะ Cactus & Cup Cafe ไม่เพียงแต่เป็นคาเฟ่ขายเครื่องดื่ม แต่ยังเป็นโรงเพาะพืชอวบน้ำขวัญใจชาวฮิปสเตอร์ ภายในแยกเป็น 2 ส่วน คือโซนที่เป็นคาเฟ่สำหรับนั่งพักดื่มกาแฟและชิมขนมหวาน อีกโซนคือเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยต้นกระบองเพชร ทั้งเล็กใหญ่หลายขนาด ตั้งเรียงรายน่าชม มีให้เลือกซื้อ เริ่มต้นที่ 35 บาท หรือใครจะแวะมาถ่ายรูปอย่างเดียวเจ้าของร้านก็ยินดี ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม โทร : 092 495 6993 Facebook : Cactus & Cup   6. เช็คอินเมืองเหนือกลางกรุง – ร้าน @เชียงใหม่ ร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปัง ของคนย่านบางนา ว่ากันว่า ใครคิดถึงเชียงใหม่ต้องมาร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปังที่ไม่ต้องบินไกลขึ้นเหนือ เพราะเสิร์ฟถึงที่สู่คนกรุงย่านบางนา ก่อนถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ซอยลาซาล แค่บรรยากาศร้านก็ฟินเหมือนอยู่เชียงใหม่ ภายในร้านประดับด้วยตุงแบบภาคเหนือ และมีของเก่าสะสมให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมานั่งอยู่บ้านคุณย่า เสียงใสๆ ของพนักงานกล่าวทักทายด้วยภาษาพื้นเมือง ยิ่งทำให้คิดถึงเวลาไปแอ่วเชียงใหม่ ที่สุดของเมนูห้ามพลาด “ปังหลังมอ” ไส้เนยสดผสมนมข้นหวาน กรอบนอกนุ่มใน อร่อยเด็ด ราคาย่อมเยาว์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทร : 092 853 3508 Facebook : Cafe at Chiang Mai   7. ดินแดนแห่งความสนุก – TOTEM KINGDOM TOTEM KINGDOM ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban ไฮไลท์เด็ดของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban คือสวนสนุกในร่ม TOTEM KINGDOM ที่ยกตัวเองเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกแห่งใหม่ ภายในแบ่งเป็น 5 โซน โดยแต่ละโซนจะมีเครื่องเล่นวัดความสามารถต่างกัน และมีมุมพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ใหญ่ที่พาเด็กๆ มาเล่นกิจกรรม และมีโซนชอปปิงของเล่นเด็กๆ ให้เราย้อนนึกถึงวันวาน ค่าเข้าผู้ใหญ่ราคาเดียว 100 บาท ส่วนเด็ก ๆ เริ่มต้น 200 - 450 บาท ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 093 453 9888 Facebook : Totem Kingdom ที่มา : DDproperty ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยราคาสุดคุ้ม
    อาหารญี่ปุ่นกลายเป็นอาหารต่างชาติอันดับต้น ๆ ที่คนไทยชอบรับประทาน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็มีร้านอร่อยให้เลือกมากมาย แต่จะมีร้านใดบ้างที่รสชาติอร่อย คุณภาพดี และราคาถูก เราได้คัดเลือกมาให้แล้วค่ะ   AIKO PREMIUM SUSHI BUFFET AT THE NINE CENTER     แม้จะเป็นร้านหน้าตาเรียบ ๆ แต่สำหรับนักกิน ถือว่าเป็นขุมทองลึกลับสำหรับคนชอบซูชิและซาชิมิ ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หอยเชลล์ ที่สำคัญยังมีเมนูเด็ดสุดคุ้มในชุดพรีเมียม คือเนื้อวากิวและฟัวกราส์เสิร์ฟไม่อั้น แถมยังสั่งชาบูมาตบท้ายได้อีกเพื่อความสะใจ ประเภทอาหาร : บุฟเฟ่ต์ - ซาชิมิ ซูชิ ชาบู สุกี้ เทปันยากิ แบบไม่อั้นในเวลา 2 ชั่วโมง ระดับราคา : มี 3 ระดับให้เลือกคือ 330++ บาท, 690++ บาท และ 990++ บาท ที่อยู่ : 999/2 ชั้น 2 เดอะไนน์เซ็นเตอร์ ถนน พระราม 9 สวนหลวง กรุงเทพมหานคร เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.00 - 22.00 น. โทร : 089 - 938 - 1697  เว็บไซต์ : www.facebook.com/Aiko-Premium-Sushi-Buffet-at-The-Nine-Center-พระราม9   HOKKAIDO TSUBOHACHI @ Nihonmachi     รสชาติแบบญี่ปุ่นฮอกไกโดแท้ ๆ สไตล์อิซากายะ ที่ยกมาให้อร่อยกันเต็มแรงด้วยราคาไทย ๆ ในพิกัดที่เป็นชุมชนญี่ปุ่นเก๋ไก๋ย่านสุขุมวิท ซึ่งมีเมนูเด็ด ๆ ให้เลือกจุใจ และมีเมนูเครื่องดื่มญี่ปุ่นหลากหลายให้เลือกจิบคู่กัน ได้อารมณ์เหมือนไปนั่งกินที่ญี่ปุ่น (อิซากายะ หมายถึง ร้านกิน - ดื่ม บรรยากาศกันเองไม่หรูหรา ประมาณร้านตึกแถวที่คนทำงานไปนั่งล้อมวงกันหลังเลิกงาน) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หมายถึง ร้านกิน - ดื่ม บรรยากาศกันเองไม่หรูหรา ประมาณร้านตึกแถวที่คนทำงานไปนั่งล้อมวงกันหลังเลิกงาน ระดับราคา : 99 - 999 บาท ที่อยู่ : NiHonMaChi Japanese Mall ซ.สุขุมวิท 26 เวลาเปิด - ปิด : จันทร์ - ศุกร์ 17.00 - 00.00 น. / เสาร์ - อาทิตย์ 11.00 - 00.00 น. โทร : 064 - 184 - 7109 เว็บไซต์ : www.facebook.com/TsubohachiTh/   FUKU JAPAN     สวรรค์สำหรับคนรักแซลมอน เพราะเสิร์ฟแซลมอนซาชิมิ และซูชิ กันแบบไม่อั้น แถมยังมีรายการซูชิหน้าอื่น ๆ ให้เลือกจนจุใจในราคาจิ๊บ ๆ และถ้าสั่งชุดพรีเมียมก็จะได้อร่อยเพิ่มเติมกับเมนูจากครัวร้อนที่มีให้เลือกหลากหลายเต็มอิ่ม ร้านนี้จัดหน้าตาอาหารดูดีให้เราถ่ายรูปอวด จนอาจโดนเพื่อนอิจฉา ประเภทอาหาร : บุฟเฟ่ต์ - ซาชิมิ ซูชิ และอาหารญี่ปุ่น  ระดับราคา : มี 3 ระดับให้เลือกคือ 330++ บาท, 690++ บาท และ 990++ บาท ที่อยู่ : เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ ชั้น 2 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.00 - 21.30 น. โทร : 02 - 623 - 4200  เว็บไซต์ : www.facebook.com/fukujapan/   KURODA     ร้านโดนใจสำหรับคนชอบปลาดิบ มีเมนูซูชิ ซาชิมิให้กินกันอย่างเต็มที่ด้วยราคาเบา ๆ แถมยังมีอาหารอื่น ๆ อีกเพียบไม่ว่าจะเป็นโรลต่าง ๆ รวมทั้งของทอด ของปิ้งย่าง ประเภทอาหาร : บุฟเฟ่ต์ - ซาชิมิ ซูชิ และอาหารญี่ปุ่น กินได้ไม่อั้นในเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ระดับราคา : 499 บาท ที่อยู่ : เอกมัยซอย 5 ถนนสุขุมวิท 63 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.30 - 23.00 น. โทร : 02 - 381 - 2544  เว็บไซต์ : www.facebook.com/KurodaRestaurant   TADAIMA     เหมาะสำหรับคนรักซูชิ ซึ่งจะไม่ต้องสะดุ้งกับราคาที่แตกต่างหลากหลายของซูชิแต่ละประเภท เพราะที่ ทาไดมะ ร้านนี้ขายซูชิทุกคำในราคาเดียวกันหมดคือ 88 บาท คงคอนเซ็ปต์ร้านสไตล์อิซากายะที่เน้นให้คนทำงานแวะกินดื่มในราคาสบาย ๆ ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จ แถมยังมีบุฟเฟ่ต์แซลมอน มีอาหารมากกว่าร้อยเมนู และถ้าคนชอบดื่มก็จะชอบร้านนี้มาก เพราะเครื่องดื่มให้เลือกนับร้อยชนิด ประเภทอาหาร : ซูชิ, ซาชิมิ และอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ ระดับราคา : ทุกคำขายในราคาเดียวกัน 88 บาท ที่อยู่ : ตึก Eight ทองหล่อซอย 8 ถนนสุขุมวิท 55 เวลาเปิด - ปิด : 11.00 - 15.30 น. และ 17.00 - 23.00 น.  โทร : 02 - 714 - 9883 เว็บไซต์ : www.facebook.com/tadaima88 ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
พรรณไม้เสริมสิริมงคลประจำวันเกิดและราศีเกิด
    การปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น นอกจากจะเลือกจากความชอบของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนยึดถือกันมาตลอดสำหรับการคัดเลือกต้นไม้ที่จะปลูกนั่นก็คือ การเลือกไม้มงคลประจำวันเกิด และราศีเกิด ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นไม้ที่เป็นมงคล เสริมสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้กับบ้านของเราแล้ว ยังช่วยเสริมดวง บุญบารมีให้กับผู้กับผู้อาศัยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งราศี และวันเกิดไหน ควรจะปลูกต้นไม้ใดบ้าง ลองมาดูกันนะคะ       คนเกิดวันอาทิตย์ : ไม้มงคลจะเป็นพวกไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลกและเป็นต้นไม้สิริมงคลของคนที่เกิดวันนี้ โดยเฉพาะ สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันอาทิตย์ที่น่าสนใจ ราชพฤกษ์หรือคูน โป๊ยเซียน(สีเหลืองหรือส้ม) โกสน (เน้นที่ใบมีสีเหลืองแซมเยอะๆ )ชบา(สีเหลืองและส้ม) จำปา (สีเหลืองอีกเช่นกัน)       คนเกิดวันจันทร์ : ไม้มงคลควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้ วาสนา โกสน (ชื่อพ้องกับคำว่า กุศล) ราตรี มะลิ มะม่วง กวนอิม โป๊ยเซียน แก้ว จำปี พลูด่าง กระถิน มะยม ชะพลู       คนเกิดวันอังคาร : สีไม้มงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูก ควรเป็นสีใดสีหนึ่งในนี้ ซึ่งก็ได้แก่ กุหลาบ(แดงหรือชมพู) อัญชัน โกสน โป๊ยเซียน เข็ม ชบา พญายอ       คนเกิดวันพุธ : ไม้มงคลสำหรับมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน คือไม้ที่มีดอกสีเหลืองเพราะเป็นสีต้องโฉลก โดยไม้มงคลที่เด่นๆก็มี กวนอิม วาสนา พลูด่าง โป๊ยเซียน กล้วย ราชพฤกษ์หรือคูน กุหลาบ โกสน ชบา       คนเกิดวันพฤหัสบดี : ชะตาชีวิตของคนเกิดวันพฤหัสบดีจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้องคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ ดังนั้นควรปลูกไม้ดอกสีขาวเพื่อเสริมชะตาและให้ต้องโฉลก ไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มี มะลิ จำปี ราตรี พุด กุหลาบ(ขาว) แก้ว       คนเกิดวันศุกร์ : คนเกิดวันศุกร์มักมีบุคลิกดี พูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง เป็นคนรักสวยรักงาม จึงควรปลูกไม้มงคลดังต่อไปนี้ กุหลาบ อัญชัน เข็ม ชบา โกสน โป๊ยเซียน (ดอกสีแดงหรือชมพู)      คนเกิดวันเสาร์ : คนวันเสาร์ตามตำรากล่าวว่าเป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด หากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มีวาสนา มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา กวนอิม จำปี จำปา หรือพวกไม้ผลอย่าง มะม่วง ชมพู่ ฝรั่ง ที่นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย      เมื่อรู้จักไม้มงคลประจำวันเกิดกันแล้ว ทีนี้มาดูว่าไม้มงคลประจำราศีเกิดกันบ้าง ว่าไม้ประเภทไหนต้องโฉลกกับคนเกิดราศีไหน     ราศีมังกร : ไม้มงคล คือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา นอกจากนี้ยังมี ไผ่ ที่แสดงถึงความอดทนและความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ ที่มีดอกสีเหลืองเปรียบได้กับความรุ่งเรืองดั่งทอง     ราศีกุมภ์ : ไม้มงคล คือ เข็ม เพื่อเสริมความฉลาดเฉียบแหลม เฟื่องฟ้า เพื่อเสริมสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น บอนไซ เพื่อความแข็งแกร่ง อดทน     ราศีมีน : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป เฟื่องฟ้า ช่วยเสริมสร้างชีวิตให้รุ่งเรือง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา นอกจากนี้ยังมีไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง     ราศีเมษ : ไม้มงคล คือ มะยม ช่วยทำให้มีคนนิยมชมชอบ มะขาม ช่วยทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ เฟื่องฟ้า ช่วยทำให้ชีวิตที่รุ่งเรือง     ราศีพฤษภ : ไม้มงคล คือ โมก ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์สดใส แก้ว (ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ) จะทำให้มีโชคมีลาภคน ส้มโอ ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์     ราศีเมถุน : ไม้มงคล คือ โมก เพราะจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ เข็ม(ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้านหรือสองฝากทางเข้าบ้าน) จะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคไม่กล้ำกลาย ทับทิม เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ เพื่อความสง่าภาคภูมิ     ราศีกรกฏ : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และจะทำให้คนในบ้านมีจริยธรรมและมีโชคลาภ ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์สิน วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา พลูด่าง เพื่อความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้า เพื่อช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน     ราศีสิงห์ : ไม้มงคล คือ ขนุน เพื่อหนุนบุญบารมี เงินทอง และให้มีคนเกื้อหนุนจุนเจือ จำปี เพื่อช่วยให้ชีวิตสดใส โป๊ยเซียน ช่วยเสริมความร่ำรวยรุ่งเรือง กล้วยไม้ เพื่อประทับใจแก่ผู้พบเห็น     ราศีกันย์ : ไม้มงคล คือ สนฉัตร(ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์)เพื่อความสง่าและมีเกียรติ ราชพฤกษ์ เพื่อช่วยเสริมให้มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้า เพื่อความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียน จะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เพื่อให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ มะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ     ราศีตุลย์ : ไม้มงคล คือ หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน เพื่อช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี เพื่อความสดในหน้าที่การงาน จำปา เพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง ช่วยส่งเสริมชื่อเสียงเกียรติยศ     ราศีพิจิก : ไม้มงคล คือ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า เพื่อชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ เพื่อแคล้วคลาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด     ราศีธนู : ไม้มงคล คือ บัว เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์เบิกบาน เฟิร์นข้าหลวง เพื่อจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภ     รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองเลือกซื้อต้นไม้ที่ตรงกับวันเกิด และราศีของคุณมาปลูกในพื้นที่บ้านดูนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่มเย็น แก่บ้านและผู้อยู่อาศัยค่ะ ที่มา : MGR Online ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
มุมน้ำชายามบ่ายสุดเก๋ไก๋ ใจกลางกรุง
    วัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายสไตล์ผู้ดีอังกฤษ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชอบ เพราะการล้อมวงดื่มชาสังสรรค์ กินอาหารว่างเบา ๆ พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่ได้เป็นแค่บรรยากาศแห่งการผ่อนคลายหรือมิตรภาพ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราโอ่อ่า ตั้งแต่ยุคที่ใบชาเป็นสินค้าหายากที่ขนส่งโดยเรือสำเภาจากจีนไปยังประเทศอังกฤษ ซึ่งความยากลำบากของการขนส่งก็ได้ทำให้ชาในยุคโน้นเป็นเครื่องดื่มราคาแพงสำหรับชนชั้นสูงในยุโรป แม้ปัจจุบันชาจะไม่ใช่ของหายาก แต่การละเลียดจิบชายามบ่ายในบรรยากาศเลิศ ๆ ก็ยังคงเป็นสีสันของชีวิตที่มีระดับสำหรับผู้ที่มีรสนิยม มีเวลา และมีกำลังทรัพย์ ใครที่ชอบไลฟ์สไตล์ละเมียดละไมแบบนี้ เรามีมุมน้ำชายามบ่ายเก๋ไก๋มาให้คุณแวะเช็คอินค่ะ เดอะ ล้อบบี้ โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ     เป็นอีกหนึ่งมุมน้ำชายามบ่ายที่เหล่าเซเลบไฮโซตัวจริงมารวมตัวกันมากที่สุด เพราะเป็นโรงแรมหรูที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มายาวนานย่านราชประสงค์ ซึ่งเสิร์ฟชาสัญชาติฝรั่งเศส มาคิยาจ แฟรส์ (MARIAGE FR?RES) ซึ่งเป็นชาที่ได้ชื่อว่าเป็นชาอันดับ 1 ของโลก รวมไปถึงชาที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไทย คือ El?phant Blanc เอลเลฟอง บลองค์ (ช้างเผือก) Lune Rouge ลูนรูจ (พระจันทร์สีแดง) และ Temple De L’aube ตอปล์ เดอ โลบ (วัดอรุณ) กับเมนูอาหารว่างทั้งคาวและหวานมีระดับ อาทิ มูสโดมเสาวรสและดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์, เชอร์เบทกระเจี๊ยบ, พานาคอตตากลิ่นดอกส้ม, คาเนลเล่มะพร้าวและมะนาว, เค้กโอเปร่าเบอร์รี่, แซนวิชผักย่าง, ขนมปังมัลติเกรน, แซนวิชไส้ซีซ่าสลัดไก่, สโคนโหระพาและมะพร้าว ภายใต้บรรยากาศที่หรูหรา งามสง่า มาแล้วไม่อยากกลับ ที่อยู่ : โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 14.00 - 18.00 น. โทร : 02 - 126 - 8866 อีเมล์ : lobby.asia@anantara.com หนุมาน บาร์ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ     แม้จะอยู่ในย่านธุรกิจที่พลุกพล่านและใกล้กับห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่กลางใจเมือง แต่บรรยากาศสวยสงบเป็นส่วนตัว ในชั่วโมงน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษดั้งเดิมของ หนุมาน บาร์ กลับเงียบสงบเย็นใจประดุจโอเอเอซิสในป่าคอนกรีต แต่นอกจากบรรยากาศสวย ๆ และการบริการที่ดีเยี่ยมตามแบบฉบับโรงแรมห้าดาวแล้ว เมนูอาหารว่างที่เสิร์ฟคู่กับชาก็น่าสนใจไม่เบา เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาหารของชาติเดียว แต่รวมเมนูของว่างอร่อยหลากหลาย เช่น สโคนช็อคโกแลตชิพและ ส้มกลิ่นหอมละมุน, เค้กช็อคโกแลตฟัดจ์แมคคาเดเมียแสนอร่อย, คัสตาร์ดช็อคโกแลต กับ มอลต์ วิสกี้ และความหอมนุ่มละมุนลิ้นกับช็อคโกแลตพราลีน Valrhona ชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส โดยทางร้านจะสร้างสรรค์เมนูพิเศษในคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ ออกมาหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ที่อยู่ : โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 14.00 - 17.00 น. โทร : 02 - 162 - 9000 เว็บไซต์ : www.facebook.com/SiamKempinskiHotelBangkok/ วอเตอร์ไลบรารี  เซ็นทรัลเอ็มบาสซี     มากกว่าความหรูหราของหน้าตาอาหารและบรรยากาศคือความคิดสร้างสรรค์ชั้นเลิศในการนำเสนอ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว และผ่อนคลายในบรรยากาศของงานดีไซน์ เพราะออกแบบเท่ สวยล้ำตั้งแต่สถานที่มาจนถึงในจานของคุณ ซึ่งชื่อเสียงของร้านวอเตอร์ไลบรารี ในหมู่นักชิมกระเป๋าหนักระดับไฟน์ไดนิ่งนั้น ก็เป็นที่ร่ำลืออยู่แล้วถึงไอเดียล้ำ ๆ ในการสร้างสรรค์อาหารชั้นสูง และการตกแต่งร้านที่อลังการสุด ๆ ถ้าจะมาจิบชาที่นี่ ก็ย่อมจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความสร้างสรรค์อย่างจุใจ ที่อยู่ : ชั้น 5 ห้างเซ็นทรัลเอ็มบาสซี เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.30 - 22.00 น. โทร : 094 - 703 - 777 เว็บไซต์ : www.facebook.com/waterlibrarybrasserie เดอะ เบเกอรี่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน     อีกหนึ่งความรื่นรมย์ย่านถนนวิทยุที่คุณจะได้เพลินกับชุดน้ำชายามบ่ายสุดหรู พร้อมลิ้มลองอาหารว่าง และเค้กแสนอร่อยหลากหลายชนิด ที่รังสรรค์ด้วยผลิตผลจากโครงการหลวง ที่เสิร์ฟพร้อมกับชารอนเนอเฟลด์ชั้นดี อาทิ  ชาเอิร์ลเกรย์, ดาร์จีลิ่ง, ชากุหลาบกลิ่นวานิลลาหรือส้มแมนดาริน อย่าง แครอทเค้ก, คาราเมลคอร์น ฟินองเชีย, เค้กเสาวรสบีทรูทเจลลี่ เสิร์ฟพร้อมชารอนเนอเฟลด์ชั้นดีหนึ่งกา อีกทั้งยังมีของว่างทั้งคาวและหวาน ให้คุณได้อิ่มอร่อยหลากเมนู ไม่ว่าจะเป็น มินิคัพเค้กเรดเวลเว็ท, ช็อกโกแลตโลนลี่ป็อบ, แซนวิชสอดไส้ด้วยไส้กรอกโชริโซ แตงกวา ไข่นกกระทา เนื้อปูสไตล์มิโมซ่า อีกทั้งสโคนที่รับประทานกับแยมรสชาติต่าง ๆ และซอสเลมอนครีม ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวดูสะอาดตา โปร่งโล่งสบายด้วยผนังกระจกโดยรอบ ที่สามารถมองเห็นความร่มรื่นของถนนวิทยุที่มีต้นไม้เรียงรายตลอดทั้งสาย ที่อยู่ : โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ถนนวิทยุ เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 14.00 - 17.00 น. โทร : 02 - 650 - 8800 เว็บไซต์ : www.facebook.com/plazaatheneebangkok/ เวอร์ทิโก้ ทู โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ     เป็นจุดหมายพิเศษสุดสำหรับน้ำชายามบ่ายสำหรับคนที่หลงใหลทัศนียภาพมุมสูงจากชั้น 60 เพราะเวอร์ทิโก้ ทู คือมุมน้ำชายามบ่ายที่อยู่บนตึกระฟ้ากลางใจเมือง สถานที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสวิวสวยของกรุงเทพฯ ได้สะใจ ไปพร้อมกับความรื่นรมย์ยามบ่าย พร้อมจิบเครื่องดื่มหลากหลายที่รังสรรค์สูตรต่าง ๆ จากส่วนผสมของดอกไม้นานาชนิด ที่สามารถเลือกได้มากมายไม่ว่าจะเป็นชาดอกไม้ หรือจะเป็นค็อกเทลดอกไม้นานาพรรณ หรือใครอยากจะเปลี่ยนเครื่องดื่มจากชาเป็นแชมเปญก็ดูลงตัวไม่แพ้กัน  ที่อยู่ : ชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เวลาเปิด - ปิด : เสาร์ - อาทิตย์ 13.00 - 17.00 น. โทร : 02 - 679 - 1200 เว็บไซต์ : www.banyantree.com อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ     สำหรับคนที่หลงใหลในสีสันวัฒนธรรมแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จุดหมายสำหรับการจิบน้ำชายามบ่ายอันแสนวิจิตรบรรจงของคุณย่อมจะไม่พ้น อัพ แอนด์ อะบัฟ ซึ่งทั้งเมนูอาหารเครื่องดื่ม และเมนูน้ำชายามบ่ายของที่นี่ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษให้แตกต่างกันไปตามฤดูกาล ตามคอนเซ็ปต์การใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่เคารพในธรรมชาติ การใช้วัตถุดิบและการออกแบบต่าง ๆ ตามแบบธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นฤดูดอกซากุระบาน คุณก็จะได้พบกับชุดน้ำชายามบ่ายสีชมพูในธีมซากุระสวยตระการตา หรือถ้าเป็นฤดูอื่น ๆ ก็จะเป็นรูปแบบอื่นเปลี่ยนไปเรื่อย ๆให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจตลอดไม่มีเบื่อได้ทั้งปี ที่อยู่ : โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ อาคาร ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ถนนวิทยุ เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 14.00 - 17.00 น. โทร : 02 - 687 - 9000 เว็บไซต์ : www.okurabangkok.com ซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์     เป็นที่รู้กันว่า ถ้าใครที่เดินช้อปในห้างใหญ่ย่านราชประสงค์ และคิดอยากพักหย่อนใจในบรรยากาศน้ำชายามบ่ายสไตล์ฝรั่งเศส ต้องมาที่ ซิงก์ เบเกอรี่ เพื่อพบกับความสุนทรี ละมุนลิ้นไปกับรสชาติสไตล์ต้นตำรับในชุดน้ำชาสไตล์ฝรั่งเศสประกอบด้วย ชาเกรดพรีเมียมจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง ทีดับเบิลยูจี ที่เสิร์ฟเคียงคู่กับเมนูคาวหวาน ที่เป็นเมนูยอดนิยมของชาวฝรั่งเศส เทอร์รีนตับเป็ด ทูน่าทาร์ทาร์ แซลมอนรมควันราดซอสซาวร์ครีม มาการอง ขนมปารีสเบรสต์สอดไส้ครีมเฮเซลนัท เอแคลร์รสช็อกโกแลต และ มิลล์ – เฟยวานิลลา ที่อยู่ : โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์  เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 15.00 - 17.00 น. โทร : 02 - 100 - 1234 ต่อ 6485 เว็บไซต์ : www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing/ เซสท์ บาร์ แอนด์ เทอเรส โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท     ถ้าจะนัดเพื่อนฝูงมาจิบน้ำชายามบ่ายแถวอโศกให้เดินทางสะดวกสุด ๆ จุดหมายของคุณคือ เซสท์ บาร์ แอนด์ เทอเรส โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เพราะนอกจากจะมาง่ายแล้ว ยังมีเมนูน้ำชายามบ่ายสไตล์ผู้ดีอังกฤษหน้าตาดีให้ดื่มด่ำไปท่ามกลางทัศนียภาพกลางเมือง ที่ทางร้านจัดโปรโมชั่นใหม่ ๆ ที่อร่อยถูกใจมาเอาใจกันอยู่เรื่อย ที่อยู่ : ชั้น 7 โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.30 - 22.00 น. โทร : 02 - 207 - 8000 เว็บไซต์ : www.facebook.com/westin ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Sep 2017
การเลือกโคมไฟ เปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสวย
    การสร้างบรรยากาศที่สวยงามภายในบ้านด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแสง และจัดวางโคมไฟประดับที่ลงตัว เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามหากคุณเป็นคนรักบ้านตัวจริง ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนโคมไฟ เรามีข้อพิจารณาในการเลือกโคมไฟสำหรับห้องต่าง ๆ ในบ้านมาฝากกันค่ะ       ห้องรับแขก - เป็นห้องที่ต้องการแสงที่สม่ำเสมอกันทั่วทั้งบริเวณ แสงหลักควรมาจากโคมไฟเพดาน ควรเลือกหลอดไฟแบบสีสว่างหรือแสงจาก FLUORESCENT เสริมด้วยการเลือกใช้ไฟหรี่ตกแต่งตามมุมต่าง ๆ และไฟติดผนัง หรือวางโคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้นร่วมด้วย เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้แสงมีมิติ สำหรับโคมแขวนเพดานสำหรับตกแต่งห้องรับแขก ควรเลือกโคมไฟแบบห้อยหรือแชนเดอร์เลียร์ ที่เหมาะกับการให้แสงสว่างเฉพาะจุดที่ต้องการใช้งาน ติดตั้งตรงโซฟารับแขกและระหว่างโถงทางเดิน นอกจากให้แสงสว่าง แล้วตัวโคมไฟยังเป็นสิ่งประดับ จึงควรเลือกแบบให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน       ห้องนอน – ต้องการแสงสว่างที่ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย โคมไฟที่ใช้อาจเป็นแบบติดผนัง ตั้งโต๊ะ และตั้งพื้น อาจมีการติดไฟตามหลืบมุมของห้องให้สวยงามได้ แต่ควรเลี่ยงโคมไฟ DOWNLIGHT หรือไฟเพดานที่ส่องลงมาเข้าตาคนที่นอนอยู่ และควรเลือกแสงในโทนอบอุ่น แสงไฟที่นวลตาช่วยทำให้บรรยากาศดูอ่อนโยนไม่จัดจ้าเกินไป แต่ก็ไม่มืด เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมก่อนนอนได้เป็นอย่างดี เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี ตำแหน่งของโคมไฟห้องนอนควรมีที่หัวเตียงแต่ละด้าน เปิดปิดแยกกัน ควรเลือกหลอดไฟแบบคอมแพกต์ FLUORESCENT ที่ให้แสงโทน WARM WHITE โดยในห้องนอนที่มีโทรทัศน์อยู่ปลายเตียงก็ควรติดตั้ง DOWNLIGHT ขนาด 11 วัตต์ ไว้ที่บริเวณปลายเตียงอีก 1 ดวง เพื่อตัดแสงหน้าจอจากโทรทัศน์ ถ้าอยากแขวนแชนเดอเลียร์ในห้องนอน ควรเลือกแบบที่สาดแสงขึ้นไปหาเพดาน อย่าเลือกแบบที่ส่องลง       ห้องน้ำ – การเลือกไฟในห้องน้ำต้องคิดถึงความสะอาด สะดวกและปลอดภัยในการใช้งานเป็นสำคัญ ควรมีไฟมากกว่าหนึ่งดวงและแยกสวิทช์แต่ละดวง เพราะจะมีการใช้งานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่อาบน้ำ ขับถ่าย แปรงฟัน แต่งตัว ซึ่งกิจกรรมแต่ละประเภทก็จะต้องการแสงที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นจุดที่อับชื้นมากที่สุด และอาจมีอันตรายจากการลื่นล้มหากแสงไม่พอ โคมไฟหลักในห้องน้ำควรเป็นไฟเพดานที่ส่องสว่างลงมาได้ทั่วห้อง ร่วมกับไฟเฉพาะจุด เช่น ไฟตรงอ่างล้างมือหรือเคาน์เตอร์สำหรับแต่งหน้าแต่งตัว หลีกเลี่ยงการใช้โคมไฟแบบตั้งพื้น - ตั้งโต๊ะ หรือมีสายไฟที่ต้องเสียบปลั๊ก และไม่ติดตั้งในจุดที่เปียก เพื่อป้องกันอันตรายจากความชื้น ใช้โคมที่มีตัวหุ้มหลอดเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำไม่ให้กระเด็นไปถูกหลอดได้ ถ้าต้องการติดตั้งโคมไฟเพื่อความสวยงาม ควรเลือกแบบติดผนัง ไม่มีเหลี่ยมมุมหรือคมที่อาจเป็นอันตรายในรัศมีการลื่นล้ม ส่วนไฟแต่งหน้าหรือโกนหนวดตรงเคาน์เตอร์ ควรเลือกที่มีแสงสว่างเพียงพอ และมีสีนวลตาเป็นธรรมชาติ       ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร - สามารถแยกออกเป็น 2 โซนคือโซนทำอาหารกับโซนรับประทานอาหาร ที่ต้องใช้แสงสีต่างกัน เพื่อให้สามารถสร้างบรรยากาศได้อย่างเหมาะสม โดยในครัวควรใช้โคมไฟเพดานที่ให้แสงขาวสะอาดด้วยหลอดแบบ FLUORESCENT สีขาว เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ครัวจะดูสว่างและโปร่ง ตัวโคมไฟต้องตั้งอยู่จุดที่สูงเหนือพื้นที่ทำอาหาร บริเวณใต้ตู้แบบเตี้ย หรือชั้นวางที่อยู่สูง เหนืออ่างล้างจาน และหลอดไฟที่ใช้ก็ต้องสว่างอย่างทั่วถึงและปราศจากเงา ส่วนในห้องรับประทานอาหารก็ต้องเน้นแสงที่ชัดเจนจากด้านบนเป็นหลัก ด้วยโคมไฟเพดานสวยเก๋และสว่างเต็มที่ โดยออกแบบติดตั้งให้ตรงกับจุดที่วางอาหาร เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกที่น่ารับประทานมากขึ้น ควรใช้เป็นหลอดแบบ LED ที่สามารถเพิ่มความชัดเจนของตัวอาหาร รวมไปถึงอาจมีโคมไฟติดผนัง โคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือเชิงเทียน มาจัดวางเป็นแสงประกอบด้วยเพื่อเพิ่มความหรูหราในวาระพิเศษ       ห้องทำงาน – ควรมีทั้งไฟเพดานที่เปิดสว่างได้เต็มที่เวลาต้องการให้สว่าง และไฟตั้งโต๊ะสำหรับส่องเฉพาะพื้นที่ทำงาน เพื่อให้เกิดโฟกัสและความสบายตาในการทำงาน โดยเลือกระดับแสงที่เหมาะกับลักษณะงาน ถ้าทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ควรมีแสงภายนอกให้สมดุลกับแสงจากหน้าจอเพื่อป้องกันสายตา      นอกจากความรู้เรื่องการใช้แสงและโคมไฟที่เหมาะสมต่อการใช้งานในห้องต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือการเลือกรูปแบบดีไซน์ของโคมไฟให้สอดคล้องกับดีไซน์โดยรวมของบ้าน เพื่อให้ภาพรวมของการตกแต่งออกมากลมกลืนดูมีระดับ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถเสกสรรบรรยากาศดี ๆ ให้บ้านสวยได้ดังใจด้วยตัวเอง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Aug 2017
ภาพบรรยากาศอย่างจุใจงาน "LAVIQ Thank you Party" 6 ส.ค. ที่ผ่านมา
ภาพบรรยากาศความอบอุ่นของลูกค้าที่มาร่วมงาน "LAVIQ Thank you Party" เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 60 เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ โครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก คุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอลเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขึ้นกล่าวขอบคุณและมอบโชคให้กับลูกค้าด้วยกระเป๋าสุดหรู “ FENDI CASA” ในบรรยากาศสบาย ๆ กับอาหารอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟจาก MAISON DE LA TRUFFE และพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสุดฮอต อะตอม ชนกันต์ ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Aug 2017
How to find the best home in Bangkok
    The first thing to do if you move for work or settling in Bangkok is finding a good home for yourself and your family. If you love the city life and enjoy high-rise home, buying a condominium in Thailand as a foreigner is the easiest and most straightforward method to invest in real estate when buying a low-rise home could be more procedure but not impossible. If your choice is buying not renting, then consider these following points when looking for the right accommodation to suit you and your family, especially your children.     A home near your workplace - Since the top concern of living in Bangkok is the traffic, the right location between your workplace and your daily convenient hub will save your time for transportation and giving you more comfort.     A home close to school - The best home for those who have children should be close to school. It is very important to consider choosing a school first and then find a home close by. This is a really good starting point and will be one to make your daily life easier.     A home with complete facility - Despite Bangkok having some great green spaces to explore you may find at the end of the day you and your family will want to relax at home. Many family orientated buildings are designed with this in mind. They come with a host of facilities dedicated entirely to keeping them amused within confides of the building. From grass areas, children’s swimming pools, play areas, tennis courts for them to scooter around and some even have ponds to discover.     A home in a perfect community -  Your lifestyle and comfort are up to the quality of your community. Make sure that your home is in an upscale community that is easy to connect with all lifestyle conveniences such as shopping mall, supermarket, restaurant, hospital, park and public transportation.        A home with good neighbors - There are many forums and social media that will give you useful information. Use these as an opportunity to find out who your neighbors are in your building and also to get the inside scope on what it is like living in that building. If you want your children to have friends close by then this is paramount. Plus, there are some buildings that are managed better than others which is great to know ahead of time.     With all these considerations, you will easily find the right home for your family’s happiness and a smart real estate investment. However, if you have unlimited budget, to invest in both serenity living of a low-rise serenity home for the family weekends and a city condo for the weekdays can be the best answer of living in Bangkok. ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Aug 2017
ลงทุนคอนโดเพื่อความสุขหลังเกษียณ
    หลายคนคงยังคิดไม่ถึงว่า ความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่าชีวิตคอนโดหรือบ้านบนตึกนั้นจะเหมาะแต่กับคนหนุ่มสาวหรือวัยทำงานกำลังกลายเป็นเรื่องล้าสมัย อีกทั้งยังอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ การอาศัยอยู่ในคอนโดมีเนียมกำลังกลายเป็นคำตอบที่ลงตัวและน่าสนใจที่สุดสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนวัยทำงานที่มองการณ์ไกล กำลังนิยมลงทุนในคอนโดดี ๆ เพื่อความสุขในวัยเกษียณกันมากขึ้น ด้วยเหตุผลดี ๆ ดังต่อไปนี้       คอนโดคือบ้านชั้นเดียวที่มีลิฟต์ – ผู้สูงอายุมักต้องการบ้านชั้นเดียวที่ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได คอนโดส่วนใหญ่ก็จะมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ในชั้นเดียวกัน มักไม่มีการทำพื้นเล่นระดับ ไม่ต้องกลัวสะดุดหกล้ม หากจะขึ้นไปใช้พื้นที่ชั้นอื่น ๆ ก็มีลิฟต์ ไปไหนมาไหนได้สะดวกคล่องตัว       อยู่ในทำเลที่พร้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครัน และเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้ง่าย – เพราะคอนโดส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นในทำเลที่สะดวกต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อของกินของใช้ รวมไปถึงบริการเพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ร้านซักรีด ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ร้านอาหาร คลีนิคแพทย์ โรงพยาบาล ร้านนวด ร้านทำเล็บ ซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรืออาจจะอยู่ภายในโครงการเลย จะไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องเดินทางไกล แค่ลงลิฟต์มาชั้นล่างก็เจอ       มีคนคอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเวลา – นอกจากผู้สูงอายุจะไม่ต้องรับภาระต่าง ๆ ในการจัดการดูแลบ้านช่องด้วยตัวเอง เพราะคอนโดจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนต่าง ๆ หรือนิติบุคคลคอยทำหน้าที่รับผิดชอบความเรียบร้อยของที่อยู่อาศัยให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา ยังรวมไปถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวน สนามหญ้า ที่ไม่ต้องมาลำบากดูแลเอง เรื่อยไปจนถึงอาจจะมีแม่บ้านประจำพื้นที่ไว้คอยบริการทำความสะอาดห้องและซักรีดเสื้อผ้า ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุมีความสะดวกเต็มที่       ความปลอดภัย – การอยู่คอนโดช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้ตัวเองตามลำพัง หากไม่มีลูกหลานมาเยี่ยมหรืออยู่เคียงข้าง เพราะระบบรักษาความปลอดภัยในคอนโดดี ๆ นั้นได้มาตรฐานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด ระบบป้องกันอัคคีภัย ฯลฯ ทั้งแบบที่เป็นระบบดิจิตอล และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแล อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ในฝ่ายต่าง ๆ ของอาคารคอยช่วยเป็นหูเป็นตา หากเกิดอะไรฉุกเฉินก็สามารถเรียกหาความช่วยเหลือได้ทันท่วงที       พื้นที่สันทนาการที่มีคุณภาพ – คอนโดที่ดีจะมีพื้นที่สันทนาการครบถ้วนสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นสวนสวย ๆ สนามหญ้า สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามอยู่เสมอ ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องลำบากดูแลเอง       สังคมคุณภาพ – ระดับของการปฏิสัมพันธ์ของชีวิตคอนโดนั้นมีจุดสมดุลที่ลงตัวระหว่างความเป็นส่วนตัว กับการอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ผู้อยู่อาศัยจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่ในยูนิตหรือในห้องของตัวเอง เท่าเทียมกับการอยู่บ้านใครบ้านมัน ไม่รบกวนกัน และไม่วุ่นวายต่อกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสจะออกไปพบปะสังสรรค์ พบเจอกับผู้คนรอบข้างหรือเพื่อนบ้านในโครงการเดียวกันได้ง่าย ๆ ในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สนาม ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งเพื่อนบ้านที่ว่านี้อาจไม่ใช่แค่คนรุ่นเดียวกัน หรือคนที่อยู่โครงการเดียวกันเท่านั้น ลูกหลานของผู้สูงอายุเองก็สามารถมาซื้อห้องใกล้ ๆ กัน หรือชั้นติด ๆ กัน เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ แต่แยกยูนิตกันชัดเจนไม่รบกวนกัน ทำให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกเหงา และได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในสังคมคุณภาพที่เป็นคนระดับเดียวกันด้วย     เมื่อรู้ข้อดีเหล่านี้แล้วก็อย่ารอช้า ลองมองหาคอนโดเหมาะ ๆ ลงทุนสำหรับความสุขในชีวิตหลังเกษียณกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อความมั่นคงในชีวิตระยะยาวกันดีกว่า ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่  Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232

อ่านต่อ

Aug 2017
บาท
ปี
%
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท