REAL HOME CARE
HOME A LOAN
1232
TH
/
EN
1232
TH
/
EN
บ้านเดี่ยว
บ้านเดี่ยว วิรัณยา รังสิต - วงแหวน
บ้านเดี่ยว วีวัลดี บางนา
บ้านเดี่ยว วิรัณยา บางนา - สุวรรณภูมิ
บ้านแนวคิดใหม่
บ้านแนวคิดใหม่ เซนส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ รังสิต - วงแหวน
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม เพล็กซ์ อ่อนนุช - วงแหวน
คอนโดมิเนียม
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา 2
คอนโดมิเนียม อาโล่ สุขุมวิท 105 - ลาซาล
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ มายด์สเคป รัชดา - ห้วยขวาง
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์
Condominium AESTIQ Thonglor
บล็อก
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
REAL HOME CARE
HOME A LOAN
Top
REAL ASSET
BLOG
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
ไลฟ์สไตล์
ข่าวสารกิจกรรม
เคล็ดลับต่างๆ
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
REAL ASSET เปิดโมเดลผ่อนตรงโครงการ รับมือ Rejection Rate พุ่ง
ดูรายละเอียด
ไลฟ์สไตล์
รวมโครงการ REAL ASSET บ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโด โซนบางนา เลือกแบบไหนดี
ดูรายละเอียด
ข่าวสารกิจกรรม
เปลี่ยนค่าเช่า เป็นเจ้าของ ที่ ARLO สุขุมวิท 105 – ลาซาล
ดูรายละเอียด
เคล็ดลับต่างๆ
แนะนำขั้นตอนการซื้อบ้านเดี่ยวบางนาผ่านธนาคาร
ดูรายละเอียด
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
ดูรายละเอียด
0
11275
บัตรแมงมุม ใบเดียวเชื่อมต่อทุกการเดินทาง
ดูรายละเอียด
0
5647
วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้าน โอนคอนโด
ดูรายละเอียด
0
4644
บางนา อาณาจักรแห่งความสุข
ดูรายละเอียด
0
5225
ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยราคาสุดคุ้ม
ดูรายละเอียด
0
11860
พรรณไม้มงคลตามวันเกิด เสริมโชคคอนโดติดรถไฟฟ้า - Real Asset
ดูรายละเอียด
0
3867
มุมน้ำชายามบ่ายสุดเก๋ไก๋ ใจกลางกรุง
0
11275
บัตรแมงมุม ใบเดียวเชื่อมต่อทุกการเดินทาง
สัปดาห์นี้อัพเดทความไฮเทคยุค “สังคมไร้เงินสด” กับ “บัตรแมงมุม” ใช้สำหรับการเดินทาง ว่าจะง่ายและสะดวกแค่ไหนไปดูกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนและภาคธุรกิจหันมาชำระเงินโดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่านทางสมาร์ทโฟน มีเป้าหมายให้สังคมไทยก้าวสู่ “สังคมไร้เงินสด” มากขึ้น เพื่อความสะดวกสบาย และปลอดภัยไม่ต้องกลัวถูกฉกชิงวิ่งราว สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แน่นอนทุกองคาพยพต้องผลักดันไปสู่เป้าหมาย ซึ่ง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้แทนเงินสดในการลดค่าครองชีพของประชาชน ได้แก่ ช่วยลดราคาค่าแก๊ส ช่วยเหลือค่าเดินทาง เช่น ขึ้นรถเมล์ฟรีได้เดือนละ 500 บาท แบบว่าไม่ต้องแจกเงินสดๆ แค่ใส่มูลค่าในบัตรให้ไปรูดปี๊ด!! ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. หน่วยงานใต้สังกัด กระทรวงคมนาคม ได้จัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์การดำเนินงานบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมเพื่อเปิดตัว “ตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ นิยามของตั๋วร่วม...คือ ตั๋วใบเดียวที่จะนำมาใช้เป็นบัตรโดยสารได้ทุกระบบการเดินทาง ซึ่งในต่างประเทศใช้ระบบตั๋วร่วมมานานหลายปีแล้ว สนข. ได้จัดประกวดให้ตั้งชื่อตั๋วร่วมชิงรางวัลกันด้วย โดยชื่อที่ได้รับการคัดเลือก คือชื่อที่เรียกง่ายๆ แต่สื่อความหมายดีมากๆ ว่า “บัตรแมงมุม” เปรียบระบบการขนส่งทุกโหมดเดินทางทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟ เรือโดยสารรวมทั้งทางด่วนเป็นโครงข่ายใยแมงมุมที่ใช้บัตรใบเดียวเชื่อมโยงทุกการเดินทางนอกจากความสะดวกสบายแค่พก “บัตรแมงมุม” ใบเดียว ใช้เดินทางได้ทุกโหมด ไม่เสียเวลาแลกเหรียญหรือแลกตั๋วโดยสาร ไม่ต้องกลัวตั๋วหายแล้ว บัตรแมงมุมจะมีส่วนลดค่าโดยสารให้ด้วยโดยในอนาคตจะลดค่าแรกเข้าระบบ เช่น จากรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) หรือรถไฟฟ้าสีม่วง (บางใหญ่-คลองบางไผ่) ซึ่งเป็นคนละสายหรือเป็นคนละระบบกัน ก็จะยกเว้นค่าแรกเข้าให้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ได้ด้วย หากสามารถดึงดูดประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น อีกทั้งการแตะบัตรผ่านทางด่วน จะช่วยลดปัญหารถติดขัดหน้าด่านจากการทอนเงิน “บัตรแมงมุม” มี 3 ประเภท คือบัตรบุคคลทั่วไปสีน้ำเงิน บัตรนักเรียน/นักศึกษาสีเทา และบัตรผู้สูงอายุสีทอง เพื่อแยกส่วนลดของแต่ละวัย มีค่ามัดจำและธรรมเนียมประมาณ 150 บาท ช่วงแรกจะพิจารณาลดค่ามัดจำเหลือ 50 บาท หรือยกเว้นให้ ในหลักการสามารถเติมเงินในบัตรได้สูงสุด 10,000 บาท กรณีบัตรหายสามารถขออายัดวงเงินได้ เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ที่ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. สแกนถึงบัตรแมงมุม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนิน “โครงการตั๋วร่วม” โดยเฉพาะการจัดตั้งบริษัทจัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม (CTC) ระยะแรกให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ดูแลโครงข่ายรถไฟฟ้ารับผิดชอบก่อน จากนั้นต้องจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการที่มีเอกชนผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมถือหุ้นภายในเดือน ก.ค.61 รฟม. จะนำรายละเอียดเสนอคณะกรรมการหรือบอร์ดพิจารณาเร็วๆ นี้ จากนั้นจะลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เพื่อเจรจาเงื่อนไขการติดตั้งระบบตั๋วร่วมบนรถไฟฟ้าต่อไป นายชัยวัฒน์ บอกข่าวดีด้วยว่าขณะนี้ สนข. ได้จัดเตรียม “บัตรแมงมุม” ล็อตแรกไว้แล้ว 2 แสนใบ อยู่ระหว่างเซ็นระบบข้อมูล เตรียมแจกประชาชนทดลองใช้ฟรีปลายปีนี้ ดีเดย์กับรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กำลังติดตั้งระบบตั๋วอัตโนมัติหรืออีทิคเก็ต (E-Ticket) ในรถร้อน 800 คัน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อรองรับการใช้ “บัตรคนจน” ที่จะได้สิทธิ์ขึ้นรถเมล์ฟรี 800 คัน คนละ 500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ดังนั้น “บัตรคนจน” ก็ถือว่ามีรูปแบบคล้าย “ตั๋วร่วม” ที่ประชาชนได้ประเดิมใช้กันไปก่อน นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สนข. มีแผนเปิดจำหน่ายบัตรแมงมุมตามจุดต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย การใช้งานบัตรแมงมุมระยะ (เฟส) แรก คือปลายปีนี้กับรถเมล์ ขสมก.ที่ติดตั้งอีทิคเก็ตแล้วเสร็จ 800 คัน และจะเพิ่มเป็น 2,600 คัน รวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-คลองบางไผ่ ในเดือน มี.ค. 61 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางซื่อและรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือบีทีเอสประมาณเดือน มิ.ย.-ก.ค. 61 เพราะต้องรอเชื่อมระบบ จากนั้นจะเริ่มพัฒนาในเฟส 2 ให้ใช้งานได้ราวปี 62 กับทางด่วนและมอเตอร์เวย์ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือคลองแสนแสบ ส่วนรถไฟมีระบบการซื้อตั๋วแตกต่างกับขนส่งประเภทอื่นๆ จึงรอการพัฒนาต่อไป นอกจากนี้ยังเจรจากับผู้ประกอบการนอกภาคขนส่งเช่น เครือซีพีผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซ่เวนฯ เดอะมอลล์ เครือเซ็นทรัลและธนาคารต่างๆ ให้เข้าร่วมโครงการในหลายรูป เช่น ให้บริการเต็มเงิน ใช้บัตรแมงมุม ใช้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้ด้วย ….“บัตรแมงมุม” มาแล้ว ตั๋วใบเดียวง่ายทุกการเดินทางและการจับจ่าย แต่จะตอบโจทย์ประชาชนหรือไม่?? ต้องติดตามกัน ที่มา : dailynews, reviewyourliving ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
5647
วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้าน โอนคอนโด
อสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า การทำธุรกิจประเภทนี้จึงต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นเมื่อมีการซื้อขาย ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาอย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มีวิธีตรวจสอบอย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ บ้านหรือคอนโดมิเนียม ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเมื่อมีการซื้อขายในทางหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน แต่ก่อนที่จะศึกษาหรือทำความเข้าใจกับวิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านหรือโอนคอนโด ทั้งในกรณีซื้อไว้เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ต้องเข้าใจขั้นตอนการซื้อขายและส่วนประกอบของสัญญาซื้อขายอย่างเข้าใจเสียก่อน ความแตกต่างระหว่างสัญญาซื้อขายกับสัญญาจะซื้อจะขาย การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีสัญญาสองรูปแบบ ได้แก่ สัญญาซื้อขายและสัญญาจะซื้อจะขาย ทั้งสองรูปแบบใช้แตกต่างกัน ดังนี้ 1. หนังสือสัญญาซื้อขาย กรณีซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นเงินสดหรือจ่ายเงินกันเบ็ดเสร็จ ซึ่งบ้านหรือคอนโดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ และหนังสือสัญญาที่ทำขึ้นนั้นจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ทำการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเรียบร้อยแล้ว กรณีทำสัญญาซื้อขายโดยไม่ได้ทำการจดทะเบียนผลทางกฎหมายจะถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันทันที กรณีมีการชำระเงินกันแล้วผู้ซื้อผู้ขายต้องคืนเงินให้แก่กัน 2. หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกับกรณีแรก แต่มีข้อกำหนดหรือได้ระบุว่าจะไปทำการโอนบ้านหรือคอนโดกันภายหลังจากวันที่ทำสัญญา และผู้ซื้อผู้ขายได้ตกลงซื้อขายโดยการวางเงินมัดจำไว้เป็นบางส่วน การทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ ย่อมเป็นการปกป้องสิทธิทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีการผิดนัดไม่ชำระส่วนที่เหลือหรือไม่มีการส่งมอบบ้านและคอนโด เมื่อเกิดเป็นคดีความการพิสูจน์ในชั้นศาลหากมีหลักฐานย่อมปกป้องผลประโยชน์ได้ดีกว่า ส่วนประกอบของสัญญา โดยทั่วไปสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ มีส่วนประกอบ 10 ส่วน ดังนี้ 1. รายละเอียดการจัดทำสัญญา เป็นข้อมูลวันเวลาที่มีการทำสัญญาขึ้น รวมไปถึงสถานที่ที่มีการจัดทำสัญญา 2. รายละเอียดของคู่สัญญา จะประกอบไปด้วย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้จะซื้อ และอีกฝ่ายคือผู้จะขาย โดยจะใช้รายละเอียดตามที่แสดงในบัตรประชาชนซึ่งสำเนาบัตรประชาชนจะเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา 3. รายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ เป็นรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่ตกลงซื้อขาย 4. ราคาขายและรายละเอียดการชำระเงิน ระบุว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาเท่าไร จ่ายเงินในครั้งเดียวหรือมีการวางมัดจำ แบ่งการชำระเป็นกี่งวด ชำระเมื่อไร เป็นต้น 5. รายละเอียดการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ คือการระบุวันที่ซึ่งจะให้มีการทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขึ้น อีกทั้งมีการกล่าวถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าอากร ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่านายหน้า รวมไปถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยกำหนดอย่างชัดเจนว่าฝ่ายผู้จะซื้อจะต้องรับผิดชอบในส่วนบ้างและรับผิดชอบเท่าไร 6. รายละเอียดการส่งมอบ ในส่วนนี้จะระบุว่าผู้จะขายจะส่งมอบบ้านหรือคอนโดให้กับผู้จะซื้อภายในระยะเวลากี่วันหลังจากมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ 7. การโอนสิทธิและคำรับรองของผู้จะขาย เช่น คำรับรองของผู้ขาย ว่าอสังหาริมทรัพย์ที่จะขายนั้นไม่มีภาระผูกพันใด ๆ 8. การผิดสัญญาและการระงับสัญญา จะกล่าวถึงการบังคับใช้ของสัญญาซื้อขายว่าจะเกิดผลต่อคู่สัญญาอย่างไรเมื่อฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา 9.ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่น ๆ คือข้อตกลงเพิ่มเติมที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นทางออกในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น 10. การลงชื่อของคู่สัญญาและพยาน การลงชื่อของผู้ซื้อและผู้ขายลงในสัญญาฯ พร้อมทั้งพยานอีกฝ่ายละ 1 คนร่วมลงชื่อรับทราบโดยสัญญาจะซื้อจะขายจะทำขึ้น 2 ฉบับและมีข้อความถูกต้องตรงกัน มอบให้คู่สัญญาฯ เก็บไว้ฝ่ายละ 1 ฉบับ เมื่อศึกษารายละเอียดของสัญญาและขั้นตอนการซื้อขายอย่างเข้าใจ วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านโอนคอนโด ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น ที่มา : Homezoomer ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
4644
บางนา อาณาจักรแห่งความสุข
ย่านที่คนมักจะมองผ่านเลยไปด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นโซนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้บางนากำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยโครงการเก๋ ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้บางนากลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขและสนุกแห่งใหม่ของคนเมือง 1. เสพศิลป์งานคราฟต์ – Atelier Rudee Atelier Rudee ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 Atelier Rudee (แอท’เทลเย ฤดี) สตูดิโอชื่อแปลกที่นำเสนอเวิร์คชอปไม่เหมือนใครมาให้ลองลงมือทำ ทั้งการสร้างเครื่องประดับโลหะ พื้นฐานการลงยาสี และการสร้างชิ้นงานขี้ผึ้ง ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 ลง BTS บางนา ทางออก 4 ที่นี่ไม่ได้สอนแค่เพียงภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คชอปรู้จักแปรเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นชิ้นงาน ด้วยความเชื่อว่างานออกแบบที่ดีมีต้นกำเนิดมาจากความคิดสร้างสรรค์ ใครอยากได้เครื่องประดับโลหะเก๋ๆ สักชิ้น ต้องมาลอง! ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น โทร : 082 326 1309 Facebook : Atelier Rudee 2. พลิ้วไหวตามเสียงเพลง – The Artists Dance Studio The Artists Dance Studio ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok BTS บางนา หลายคนมองว่าความสัมพันธ์ของคนเมืองฉาบฉวย ด้วยความที่ต้องเร่งทำงาน เร่งเดินทางแข่งกับเวลา ทำให้ละเลยการทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ที่ The Artists Dance Studio ศูนย์รวมความฝัน ความบันเทิง และกิจกรรมผ่อนคลายของคนเมือง มีคลาสสอนเต้นตั้งแต่ Ballet, Jazz Dance, Broadway Jazz, Hip Hop, Street Dance, High Heel Dance, Contemporary Dance รวมทั้งลีลาศและโยคะ ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok ลง BTS บางนา ทางออก 2 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 095 480 4646 Facebook : The Artists Dance Studio 3. หอมฟุ้งกลิ่นดอกไม้ – Yoltawan Flower Yoltawan Flower ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ในย่านที่คนพลุกพล่าน รถราแข่งกันไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด กลับมีบ้านสีขาวสะอาดตาหลังย่อม ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ประหนึ่งอยู่ในสวนอังกฤษ Yoltawan Flower คือร้านจัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ ช่อดอกไม้ แจกันดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ และมีมุมคาเฟ่บริการกาแฟและขนมหวานพร้อมสรรพ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 094 654 4466, 096 921 9191 Facebook : ร้านดอกไม้ Yoltawan Flower&Decoration 4. คลังดนตรี – Vinyl Die Hards Vinyl Die Hards ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ยุคที่สตรีมมิ่งมาแรงแซงแผ่นซีดี เป็นช่วงสมัยที่แค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถฟังเพลงได้ทุกแนว แต่สำหรับผู้หลงใหลในแผ่นเสียง Vinyl Die Hards คือสวรรค์ของนักล่าแผ่นเลยทีเดียว เป็นคลังแผ่นเสียงยุค 60s 70s 80s ไม่ต่ำกว่าหมื่นแผ่น ขณะเดียวกันก็มีอัลบั้มใหม่ๆ ให้เลือกมากมาย ราคาเป็นมิตร มีเครื่องเล่นให้ทดลองฟัง แถมมีขายทางออนไลน์อีกด้วย ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11 โมงถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 02 346 4547 Facebook : Vinyl Die Hards 5. กระบองเพชรในเรือนกระจก – Cactus & Cup Cafe Cactus & Cup Cafe ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล สาวกหนามน้อยกรี๊ดแน่นอน เพราะ Cactus & Cup Cafe ไม่เพียงแต่เป็นคาเฟ่ขายเครื่องดื่ม แต่ยังเป็นโรงเพาะพืชอวบน้ำขวัญใจชาวฮิปสเตอร์ ภายในแยกเป็น 2 ส่วน คือโซนที่เป็นคาเฟ่สำหรับนั่งพักดื่มกาแฟและชิมขนมหวาน อีกโซนคือเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยต้นกระบองเพชร ทั้งเล็กใหญ่หลายขนาด ตั้งเรียงรายน่าชม มีให้เลือกซื้อ เริ่มต้นที่ 35 บาท หรือใครจะแวะมาถ่ายรูปอย่างเดียวเจ้าของร้านก็ยินดี ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม โทร : 092 495 6993 Facebook : Cactus & Cup 6. เช็คอินเมืองเหนือกลางกรุง – ร้าน @เชียงใหม่ ร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปัง ของคนย่านบางนา ว่ากันว่า ใครคิดถึงเชียงใหม่ต้องมาร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปังที่ไม่ต้องบินไกลขึ้นเหนือ เพราะเสิร์ฟถึงที่สู่คนกรุงย่านบางนา ก่อนถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ซอยลาซาล แค่บรรยากาศร้านก็ฟินเหมือนอยู่เชียงใหม่ ภายในร้านประดับด้วยตุงแบบภาคเหนือ และมีของเก่าสะสมให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมานั่งอยู่บ้านคุณย่า เสียงใสๆ ของพนักงานกล่าวทักทายด้วยภาษาพื้นเมือง ยิ่งทำให้คิดถึงเวลาไปแอ่วเชียงใหม่ ที่สุดของเมนูห้ามพลาด “ปังหลังมอ” ไส้เนยสดผสมนมข้นหวาน กรอบนอกนุ่มใน อร่อยเด็ด ราคาย่อมเยาว์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทร : 092 853 3508 Facebook : Cafe at Chiang Mai 7. ดินแดนแห่งความสนุก – TOTEM KINGDOM TOTEM KINGDOM ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban ไฮไลท์เด็ดของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban คือสวนสนุกในร่ม TOTEM KINGDOM ที่ยกตัวเองเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกแห่งใหม่ ภายในแบ่งเป็น 5 โซน โดยแต่ละโซนจะมีเครื่องเล่นวัดความสามารถต่างกัน และมีมุมพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ใหญ่ที่พาเด็กๆ มาเล่นกิจกรรม และมีโซนชอปปิงของเล่นเด็กๆ ให้เราย้อนนึกถึงวันวาน ค่าเข้าผู้ใหญ่ราคาเดียว 100 บาท ส่วนเด็ก ๆ เริ่มต้น 200 - 450 บาท ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 093 453 9888 Facebook : Totem Kingdom ที่มา : DDproperty ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
5225
ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยราคาสุดคุ้ม
รวมร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อย คุณภาพดี และราคาคุ้มค่าในกรุงเทพฯ ทั้งร้านบุฟเฟ่ต์ซูชิ ซาชิมิ ชาบู สุกี้ เทปันยากิ และร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ สำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากอิ่มอร่อยในราคาสบายกระเป๋า
0
11860
พรรณไม้มงคลตามวันเกิด เสริมโชคคอนโดติดรถไฟฟ้า - Real Asset
การปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น นอกจากจะเลือกจากความชอบของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนยึดถือกันมาตลอดสำหรับการคัดเลือกต้นไม้ที่จะปลูกนั่นก็คือ การเลือกไม้มงคลประจำวันเกิด และราศีเกิด ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นไม้ที่เป็นมงคล เสริมสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้กับบ้านของเราแล้ว ยังช่วยเสริมดวง บุญบารมีให้กับผู้กับผู้อาศัยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งราศี และวันเกิดไหน ควรจะปลูกต้นไม้ใดบ้าง ลองมาดูกันนะคะ คนเกิดวันอาทิตย์ : ไม้มงคลจะเป็นพวกไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลกและเป็นต้นไม้สิริมงคลของคนที่เกิดวันนี้ โดยเฉพาะ สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันอาทิตย์ที่น่าสนใจ ราชพฤกษ์หรือคูน โป๊ยเซียน(สีเหลืองหรือส้ม) โกสน (เน้นที่ใบมีสีเหลืองแซมเยอะๆ )ชบา(สีเหลืองและส้ม) จำปา (สีเหลืองอีกเช่นกัน) คนเกิดวันจันทร์ : ไม้มงคลควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้ วาสนา โกสน (ชื่อพ้องกับคำว่า กุศล) ราตรี มะลิ มะม่วง กวนอิม โป๊ยเซียน แก้ว จำปี พลูด่าง กระถิน มะยม ชะพลู คนเกิดวันอังคาร : สีไม้มงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูก ควรเป็นสีใดสีหนึ่งในนี้ ซึ่งก็ได้แก่ กุหลาบ(แดงหรือชมพู) อัญชัน โกสน โป๊ยเซียน เข็ม ชบา พญายอ คนเกิดวันพุธ : ไม้มงคลสำหรับมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน คือไม้ที่มีดอกสีเหลืองเพราะเป็นสีต้องโฉลก โดยไม้มงคลที่เด่นๆก็มี กวนอิม วาสนา พลูด่าง โป๊ยเซียน กล้วย ราชพฤกษ์หรือคูน กุหลาบ โกสน ชบา คนเกิดวันพฤหัสบดี : ชะตาชีวิตของคนเกิดวันพฤหัสบดีจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้องคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ ดังนั้นควรปลูกไม้ดอกสีขาวเพื่อเสริมชะตาและให้ต้องโฉลก ไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มี มะลิ จำปี ราตรี พุด กุหลาบ(ขาว) แก้ว คนเกิดวันศุกร์ : คนเกิดวันศุกร์มักมีบุคลิกดี พูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง เป็นคนรักสวยรักงาม จึงควรปลูกไม้มงคลดังต่อไปนี้ กุหลาบ อัญชัน เข็ม ชบา โกสน โป๊ยเซียน (ดอกสีแดงหรือชมพู) คนเกิดวันเสาร์ : คนวันเสาร์ตามตำรากล่าวว่าเป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด หากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มีวาสนา มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา กวนอิม จำปี จำปา หรือพวกไม้ผลอย่าง มะม่วง ชมพู่ ฝรั่ง ที่นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย เมื่อรู้จักไม้มงคลประจำวันเกิดกันแล้ว ทีนี้มาดูว่าไม้มงคลประจำราศีเกิดกันบ้าง ว่าไม้ประเภทไหนต้องโฉลกกับคนเกิดราศีไหน ราศีมังกร : ไม้มงคล คือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา นอกจากนี้ยังมี ไผ่ ที่แสดงถึงความอดทนและความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ ที่มีดอกสีเหลืองเปรียบได้กับความรุ่งเรืองดั่งทอง ราศีกุมภ์ : ไม้มงคล คือ เข็ม เพื่อเสริมความฉลาดเฉียบแหลม เฟื่องฟ้า เพื่อเสริมสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น บอนไซ เพื่อความแข็งแกร่ง อดทน ราศีมีน : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป เฟื่องฟ้า ช่วยเสริมสร้างชีวิตให้รุ่งเรือง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา นอกจากนี้ยังมีไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง ราศีเมษ : ไม้มงคล คือ มะยม ช่วยทำให้มีคนนิยมชมชอบ มะขาม ช่วยทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ เฟื่องฟ้า ช่วยทำให้ชีวิตที่รุ่งเรือง ราศีพฤษภ : ไม้มงคล คือ โมก ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์สดใส แก้ว (ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ) จะทำให้มีโชคมีลาภคน ส้มโอ ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ราศีเมถุน : ไม้มงคล คือ โมก เพราะจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ เข็ม(ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้านหรือสองฝากทางเข้าบ้าน) จะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคไม่กล้ำกลาย ทับทิม เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ เพื่อความสง่าภาคภูมิ ราศีกรกฏ : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และจะทำให้คนในบ้านมีจริยธรรมและมีโชคลาภ ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์สิน วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา พลูด่าง เพื่อความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้า เพื่อช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน ราศีสิงห์ : ไม้มงคล คือ ขนุน เพื่อหนุนบุญบารมี เงินทอง และให้มีคนเกื้อหนุนจุนเจือ จำปี เพื่อช่วยให้ชีวิตสดใส โป๊ยเซียน ช่วยเสริมความร่ำรวยรุ่งเรือง กล้วยไม้ เพื่อประทับใจแก่ผู้พบเห็น ราศีกันย์ : ไม้มงคล คือ สนฉัตร(ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์)เพื่อความสง่าและมีเกียรติ ราชพฤกษ์ เพื่อช่วยเสริมให้มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้า เพื่อความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียน จะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เพื่อให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ มะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ ราศีตุลย์ : ไม้มงคล คือ หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน เพื่อช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี เพื่อความสดในหน้าที่การงาน จำปา เพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง ช่วยส่งเสริมชื่อเสียงเกียรติยศ ราศีพิจิก : ไม้มงคล คือ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า เพื่อชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ เพื่อแคล้วคลาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ราศีธนู : ไม้มงคล คือ บัว เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์เบิกบาน เฟิร์นข้าหลวง เพื่อจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองเลือกซื้อต้นไม้ที่ตรงกับวันเกิด และราศีของคุณมาปลูกในพื้นที่บ้านดูนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่มเย็น แก่บ้านและผู้อยู่อาศัยค่ะ ที่มา : MGR Online ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
3867
มุมน้ำชายามบ่ายสุดเก๋ไก๋ ใจกลางกรุง
สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายกับหลากหลายสถานที่สุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่พร้อมเสิร์ฟชาเกรดพรีเมียม ขนมหวานแสนอร่อย และบรรยากาศสุดประทับใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในไลฟ์สไตล์เหนือระดับ
<<
<
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
>
>>
เงินผ่อน
เงินกู้
บาท
ปี
%
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท
Real Asset Application